วันที่ 1 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนังสือ ด่วนที่สุด หมายเลข มท.05162/09939 กระทรวงมหาดไทย ลงนามโดย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งถึง นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เรื่อง การให้ข่าวเกี่ยวกับการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินทางสื่อมวลชน ข้อความในหนังสือ ระบุว่า มีสื่อมวลชนหลายแขนง เสนอข่าวการตรวจสอบที่ดินในเขตป่าไม้ เขตป่าชายเลน โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการดูแลรักษาป่าไม้ หรือป่าชายเลนบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งในการให้ข่าวของหน่วยงานดังกล่าว มักจะมีการกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ของหนังสือแสดงสิทธิ ในการออกโดยกรมที่ดิน ทั้งที่หน่วยงานดังกล่าว ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ โดยรายละเอียดว่า หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ที่ตรวจสอบมีที่มาอย่างไร ออกโดยหลักฐานที่ดินเดิมอย่างไร ออกก่อนประกาศเป็นเขตป่าไม้ หรือป่าชายเลน หรือไม่ และชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ แต่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ในลักษณะที่เป็นการชี้นำว่า เป็นที่น่าสงสัย ว่าจะเป็นหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพียงเพราะที่ดินนั้นอยู่ในเขตป่าไม้ หรือป่าชายเลน ที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานเท่านั้น ทำให้ประชาชนมองว่า การออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของกรมที่ดิน ไม่น่าเชื่อถือ
“ล่าสุดมีการนำเสนอข่าว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) เปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าชายเลน ในเรื่องการออกเอกสารสิทธิ ที่ดินในสนามกอล์ฟ มิชชั่นฮิลล์ ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และมีการให้สัมภาษณ์ว่า ที่ดินของสนามกอล์ฟดังกล่าว น่าจะออกเอกสารสิทธิที่มิชอบด้วยกฎหมาย โดยมีการออกเอกสารสิทธิทับป่าสงวนแห่งชาติคลองพารา และทับป่าชายเลน ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ปี พ.ศ.2543 จำนวน 4 แปลง แต่การตรวจสอบเบื้องต้น ของ จ.ภูเก็ตพบว่า ที่ดินผืนดังกล่าว มีหลักฐานเป็นตราจอง และแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นหลักฐาน ที่แสดงว่าผู้ครอบครอง ได้ครอบครองทำประโยชน์มาก่อน วันที่ประมวลกฎหมายที่ดินบังคับใช้ และก่อนประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเพิ่งประกาศเมื่อ พ.ศ.2506 และเป็นการครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย การให้สัมภาษณ์ว่า โฉนดที่ดินของสนามกอล์ฟ น่าจะออกโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย จึงเป็นการให้สัมภาษณ์ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกรมที่ดิน และเจ้าของที่ดิน ตลอดจนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ที่ออกโดยหน่วยงานของกรมที่ดิน จะส่งผลต่อการลงทุนของนักลงทุน ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติใน จ.ภูเก็ต” หนังสือ จาก นายกฤษฎา ระบุ
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังระบุในหนังสืออีกว่า การให้สัมภาษณ์ของผู้แทนของหน่วยงานป่าไม้ โดยที่ขาดข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหนังสือแสดงเอกสารสิทธิในที่ดิน ก่อให้เกิดความเสียหาย ประชาชนขาดความเชื่อถือ ในการออกเอกสารถือครองที่ดิน จะส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจ จึงขอให้ทส. ประสานข้อมูลในการตรวจสอบเรื่องหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ในพื้นที่ที่หน่วยงานสังกัดรับผิดชอบกับสำนักงานที่ดินท้องที่ หรือประสานให้กรมที่ดินส่งเจ้าหน้าที่ ไปร่วมในการตรวจสอบ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนให้ข่าว
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รองอธิบดี ทช. กล่าวว่า ขอเรียนว่า เมื่อทช.จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าทุกครั้ง ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ทุกครั้ง ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ดิน จังหวัด และฝ่ายปกครอง ไม่เคยบุกจู่โจมเข้าไปเอง โดยมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่แปลภาพถ่ายทางอากาศ ช่างรังวัด และทุกครั้งก็เปิดโอกาสให้เจ้าของที่แสดงเอกสารสิทธิที่ตัวเองมีอยู่โดยตลอด ยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งของเจ้าหน้าที่ ทช.ทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ใช่ปกป้องผลประโยชน์ส่วนตัวของใครทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ระหว่าง กรมที่ดิน และหน่วยงานตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าของทส.ไม่ว่าจะเป็น กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นั้นมีอยู่เป็นประจำ โดยก่อนหน้านี้ ในสมัย นายนิพนธ์ โชติบาล อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯซึ่งจะมีการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดิน ในหลายพื้นที่ ที่กรมอุทยานฯสงสัยว่ากรมที่ดินจะออกให้โดยมิชอบ โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯไปขอถ่ายสำเนา เอกสารที่กรมที่ดิน แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ไม่ให้ความร่วมมือในการค้นหา และถ่ายเอกสาร นายนิพนธ์ จึงต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่ซื้อเครื่องถ่ายเอกสาร ไปไว้ที่กรมที่ดินเอง เพื่อเอาไว้ถ่ายสำเนา สำหรับการตรวจสอบเอกสารที่กรมที่ดินเป็นการเฉพาะ

