ประเทศชาติ ชุมชน องค์กร หรือส่วนรวมมาก่อนส่วนตัว ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความเป็นผู้นำที่ลุกขึ้นทำเป็นตัวอย่างก่อน เสียสละก่อน ไม่มีคำร้องขอให้ยกเว้น ไม่คอยหาช่องฉกฉวยโอกาส เรียกว่า “สปิริต”
สปิริตชาวญี่ปุ่นมักจะมีให้เห็นในยามเผชิญวิกฤต
เมื่อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แพร่ระบาด “สปิริต” ทั้งจากจีนและญี่ปุ่นก็มีให้เห็น
ไม่มีเสียงร้อง ไม่ตีโพยตีพายเอะอะโวยวาย ไม่ชี้หน้าด่าประชาชน ไม่โทษโกรธใคร จึงไม่ระส่ำวุ่นวาย
จีนยังช่วยปกป้องโลกด้วยการ “สั่งห้าม” คนจีนออกจากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางโรคระบาด “โควิด-19”
เพียงโรคเริ่มระบาด ไทยซึ่งพึ่งพาอาศัยเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศก็ก้าวขึ้นสู่ “อันดับ 2” ประเทศที่ติดเชื้อรองจากจีน
แต่ไม่ทันข้ามเดือน ญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ก็แซงหน้าจนไทยร่วงมาอยู่ในอันดับ 3
วันนี้ ญี่ปุ่นกำลังประสบภัยจาก “โควิด-19” หนักขึ้น แต่ญี่ปุ่นก็ไม่กลัวเสียหน้า ไม่กลัวความเสียหายทางเศรษฐกิจ กลับแถลงอย่างเปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อหลายรายที่ไม่พบเส้นทางรับเชื้อที่ชัดเจนเพราะไม่เคยกระทั่งเดินทางไปจีน
“ญี่ปุ่นจึงกำลังเข้าสู่การแพร่เชื้อระยะใหม่ ต้องอาศัยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน”
ยิ่งขึ้นไปกว่านั้น บนเรือสำราญไดมอนด์ ปริ๊นเซส ที่ถูกกักไว้ในน่านน้ำโยโกฮามาก็พบผู้ติดเชื้อแล้วถึง 454 คน
โควิด-19 ระบาดลามแล้วใน 26 ประเทศกับ 2 เขตเศรษฐกิจพิเศษ นับจาก 5 มกราคมเป็นต้นมา มีคนติดเชื้อ 71,242 ราย ตาย 1,770 คน หรือราวร้อยละ 2.5
แต่ในจำนวนนั้นเป็นผู้ป่วยในจีน 70,461 ราย ตายในจีน 1,765
ในไทยมีผู้ป่วยแค่ 35 คน และล่าสุดที่พบก็หญิงสูงอายุเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน
จะว่าไป ทั้งการสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ของไทยก็ไม่ได้น้อยหน้าประเทศใดในโลก
แต่ทำไมถูกตั้งข้อรังเกียจถึงขั้นบางประเทศสั่งกักตัวคนไทย 14 วันก่อนให้เข้าประเทศ
หรือว่าท่าทีและการบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตในระดับนโยบาย ชวนให้ “ไม่น่าไว้วางใจ” !?!!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

