‘อนุทิน’ สายตรงจากสวีเดน อธิษฐานให้ไทย “ตกลำดับบ๊วย โควิด-19”

19.02.20 | 15:16 น.

‘อนุทิน’ สายตรงจากสวีเดน อธิษฐานให้ไทย “ตกลำดับบ๊วย โควิด-19”

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ประชุมผ่านวิดีโอทางไกลจากประเทศสวีเดนมายังศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค ร่วมกับ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป

นายอนุทิน กล่าวว่า มีแต่ข่าวดี คนไทย 137 ราย วันนี้ได้กลับบ้านแล้ว และยังอยู่ในการรักษาตัวที่โรงพยาบาล(รพ.)ชลบุรี 1 ราย ในระยะนี้โลกออนไลน์ มีข้อสงสัยมากมาย เช่น แพทย์เสียชีวิต คนทำงานใกล้สนามบินที่เสียชีวิต ขอให้ประชาชนใช้ข้อมูลจาก สธ.ที่มีแถลงข่าวประจำวันในทุกวัน ดังนั้นนประชาชนไม่ได้ขาดการรับข้อมูลข่าวสาร

             

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า หวังว่าประเทศไทยจะตกอันดับการแพร่ระบาดลงมาเรื่อยๆ งานนี้ขอเป็นบ๊วย ซึ่งตอนนี้อยู่ในอันดับที่ 6 และหากมีการปฏิบัติงานได้เช่นนี้ก็จะลงไปอยู่ในอันดับที่ 7,8,9 ตามลำดับ ส่วนในความกดดันจากต่างประเทศหากเราทำหน้าที่ดีแล้วก็ไม่ต้องไปสนใจกับแรงกดดันภายนอก

Advertisement

เมื่อถามว่า ในต่างประเทศมีข้อสงสัยว่าประเทศไทยมีการปกปิดข้อมูลเพื่อรายงานสถานการณ์ต่ำกว่าความเป็นจริง จึงอยากขอความมั่นใจจากผู้บริหารกระทรวงสูงสุด นายอนุทิน กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้มา ได้มาจากการทำงาน และเป็นประเทศแรกที่ประกาศพบผู้ป่วยนอกประเทศจีน การปกปิดข้อมูลจะทำให้บุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักมากยิ่งขึ้น ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ต้องทำเช่นนั้น

“ขอให้ยึดถือการแถงข่าวของกระทรวง เราไม่มีทางโกหกประชาชน 70 ล้านคนอยู่แล้ว เราทุกคนไม่มีผลพลอยได้จากการให้ข้อมูลที่ไม่จริง และได้ออกนโยบายแล้วว่าจำนวนผู้ป่วย ไม่ใช่ประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพคือการค้นหาผู้ป่วยและรักษาจนหาย สมมติหากจะมาอีก 100 คนแต่รักษาหาย 100 คน แต่ไม่มีการปิดว่าจากผู้ป่วย 100 คน แล้วแจ้งว่าพบแค่ 70 คน เราไม่ทำอยู่แล้ว ไม่มีประโยชน์ในการทำสิ่งนั้น” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าหากพูดว่าอยากให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับบ๊วยหรืออันดับสุดท้ายของการแพร่ระบาดของโรค ยืนยันหรือไม่ว่าไม่ได้มีการปกปิดข้อมูลเพื่อให้รายงานผู้ป่วยต่ำกว่าความเป็นจริง นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นคำอธิษฐาน “คำว่าอยากให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับบ๊วย เป็นคำอธิฐาน เป็นสิ่งที่อยากให้อยู่ในอันดับบ๊วย เพราะถ้าเรา ปกปิดข้อมูลมันจะคุมการระบาดลำบาก ที่เราจัดการได้เพราะเราไม่ได้ปกปิดข้อมูล”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

 

กรณีที่เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ มีผู้โดยสารชาวต่างชาติ 2 คนจากเรือเวสเตอร์ดัม พยายามจะเข้าประเทศไทยผ่านทางสายการบินต่างชาติ บินมายังสนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) พบว่าอยู่ในรายชื่อของผู้โดยสารเรือเวสเตอร์ดัม จึงได้ปฏิเสธและส่งตัวกลับไป นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องขอชมเชยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน และในกรณีนี้จะต้องมีมาตรการกับสายการบิน เพราะได้มีการออกหนังสือขอความร่วมมือไปแล้ว ไม่อยากออกเป็นข้อบังคับ อยากให้เป็นความร่วมมือ

ด้าน นพ.โสภณ กล่าวว่า กรณีผู้โดยสารเรือเวสเตอร์ดัมที่เทียบท่าเรือสีหนุ วิลล์ เพื่อความปลอดภัย หลังจากวันที่ขึ้นจากเรือ 14 วัน ผู้โดยสารกลุ่มนี้ควรจะต้องดูอาการก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย และได้ขอความร่วมมือไปกับสายการบินต่างๆที่ได้รับรายชื่อผู้โดยสารจากเรือเวสเตอร์ดัมที่จะเดินทางจากประเทศกัมพูชามายังประเทศไทย ได้ขอความร่วมมือในการพักดูอาการให้ครบ 14 วันก่อนแล้วจึงอนุญาตให้เดินทางเข้ามา ทั้งนี้สำนักงานการบินพลเรือน เห็นด้วยที่จะไม่อนุญาตให้เครื่องบินเช่าเหมาลำจากประเทศกัมพูชาบินเข้าประเทศไทยจนถึงสิ้นเดือนแต่จะอนุญาตให้บินมาเป็นปกติได้ในเดือนมีนาคม