กรณีอาจารย์มหาวิทยาลัย เมาสุราขับเก๋งวอลโว่พุ่งชนรถจยย.สายตรวจและชาวบ้านบาดเจ็บ 3 ราย แต่น้องสาวผู้ก่อเหตุเข้าขวางทำทุกอย่างไม่ให้นำตัวพี่ชายไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ ตะโกนลั่น “เป็นผู้หญิง ถูกทำร้าย” ภายหลังพี่ชายถูกแจ้งข้อหา “เป็นผู้ขับขี่รถขณะเมาสุราเฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหายและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย” เหตุเกิดในท้องที่ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นั้น
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนได้พูดคุยปรึกษากับ พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจมักตกเป็นจำเลยของสังคม ซึ่งหากตำรวจประพฤติตนอยู่ในกรอบของกฎหมาย ยืนยันว่าต้องได้รับความเป็นธรรมแน่นอน ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง ในส่วนอาจารย์มหาวิทยาลัยยืนยันว่าเมื่อตรวจวัดแอลกอฮอล์ผลเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ปกติแล้วหากมีการปฏิเสธเป่าเมา กฎหมายให้สันนิษฐานว่าเมา โดยขณะนี้ตัวอาจารย์คนดังกล่าวได้ถูกส่งฟ้องศาลไปเรียบร้อยแล้ว
ส่วนที่ในคลิปมีการโต้เถียงกัน เป็นเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณ หากเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ทางตำรวจก็จะจัดการอยู่แล้ว ทั้งนี้ในส่วนของน้องสาวผู้ก่อเหตุมีการพูดจาด้วยถ้อยคำรุนแรงจะเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานหรือไม่ ต้องบอกว่าตำรวจไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน มันเป็นสิ่งที่ตำรวจต้องอดทนต่อความเจ็บใจ หากจะเอาคำพูดของประชาชนที่เราปฏิบัติหน้าที่มาถือเป็นอารมณ์และไปฟ้องร้องทุกคดีคงจะเป็นไปไม่ได้ จึงอยากให้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาว่าการทำงานตำรวจก็มีหัวจิตหัวใจแต่เราต้องอดทน ทำงานตามหน้าที่ไม่ได้ไปกลั่นแกล้งใคร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

