‘ปวีณา’ พาแม่พิการพร้อมลูกสาวแจ้งความ ตร.หลังถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืนนานนับปี (คลิป)

20.02.20 | 22:44 น.

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ สน.คันนายาว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พานางอร (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว พร้อมเด็กหญิงเอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี และเด็กหญิงอ้อย (นามสมมุติ) อายุ 4 ปี ลูกสาวทั้ง 2 คน เดินทางไปพบกับ พ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผกก.สน.คันนายาว เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี เด็กหญิง 2 พี่น้องถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืน และกระทำอนาจารมานานเป็นปี โดยขอคัดค้านการประกันตัว หากจับกุมตัวได้แล้ว เนื่องจากกลัวจะถูกฆ่า เพราะผู้ต้องหาเคยขู่ฆ่าเอาไว้

โดยนางปวีณา ได้ประสานพ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผกก.สน.คันนายาว และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาเข้าแจ้งความ ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ และสอบสหวิชาชีพเด็กแล้ว ทั้งนี้ ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับ ในข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 13 ปี โดยเป็นผู้สืบสันดาน และกระทำอนาจารเด็ก โดยกำลังเร่งจับกุมตัว ซึ่งหากจับกุมตัวได้แล้ว จะขอแจ้งความประสงค์ ยืนยันคัดค้านการประกันตัว


ทั้งนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นางอรได้พาลูกสาว 2 คน เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา แจ้งว่า ตนอยู่กินกับนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี มานานกว่า 10 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน คือ เด็กหญิงเอ๋ กับเด็กหญิงอ้อย อาศัยกันอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในซอยวัชรพล ย่านบางเขน กรุงเทพฯ มีอาชีพเป็นพนักงานทำความสะอาดหมู่บ้านมีหน้าที่คอยกวาดถนนดูแลความเรียบร้อยในหมู่บ้าน ขณะที่นายเอกเป็นคนงานก่อสร้าง มีนิสัยชอบดื่มสุรา วันไหนเมาจะไม่ไปทำงาน ระยะหลังมักจะอยู่แต่ในห้องเช่ากับเด็กหญิงเอ๋ ลูกสาวคนโต ซึ่งทีแรกไม่ได้เอะใจ กระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ได้เห็นกับตาว่านายเอกใช้ผ้าห่มคลุมโปงกำลังล่วงละเมิดเด็กหญิงเอ๋ จึงได้ต่อว่าไป จนเกิดการทะเลาะกันรุนแรง และนายเอกได้ทำร้ายร่างกายตน พร้อมกับขู่ฆ่าถ้านำเรื่องนี้ไปบอกใคร ที่ผ่านมาพยามยามกราบขอร้องว่าอย่าทำกับลูกอีก ซึ่งนายเอกก็รับปาก แต่ก็แอบล่วงละเมิดเด็กหญิงเอ๋อยู่เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งลูกก็บอกว่าไม่กล้าขัดขืน เพราะกลัวพ่อจะทำร้าย และยังเห็นพ่อทำกับน้องอีกหลายครั้งด้วย ตลอดเวลาตนต้องทนทุกข์ทรมานใจมาก ไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนเป็นพ่อจะทำกับลูกได้ขนาดนี้ และไม่รู้จะช่วยลูกได้อย่างไร จนตอนนี้เรา 3 แม่ลูกทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จึงได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษากับพี่ที่ทำงานซึ่งสนิทกัน ก่อนจะพาตนขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ และต้องการดำเนินคดีกับนายเอกให้ถึงที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
 

เพิ่มเพื่อน
หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผกก.สน.คันนายาว ช่วยให้ความเป็นธรรมกับนางอร และลูกสาว 2 คน ก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พานางอร และลูกสาวไปพบ พ.ต.อ.วาสุเทพ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายเอกทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหนังสือส่งเด็กหญิงทั้ง 2 คนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาไปดำเนินการ ซึ่งผลตรวจร่างกายเด็กหญิงเอ๋พบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนเด็กหญิงอ้อยมีร่องรอยบวมแดงบริเวณหว่างขา จากนั้นตำรวจได้นัดสอบสหวิชาชีพเด็กหญิงเอ๋กับเด็กหญิงอ้อยในวันถัดมา ซึ่งเด็กทั้ง 2 คนให้การยืนยันชัดเจนว่าถูกพ่อกระทำ

Advertisement

นางปวีณา กล่าวว่า ขณะนี้ 3 แม่ลูกหวาดกลัวมาก จึงอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาฯ โดยอาศัยในบ้านพักของมูลนิธิปวีณาฯ เนื่องจากนายเอกกำลังตามหา 3 แม่ลูก และคาดโทษถ้าเจอตายแน่ และยังไปอาละวาดข่มขู่ที่ทำงานเพื่อนแม่อีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาตร์ และพยานบุคคล สรุปสำนวนเพื่อออกหมายจับ ในข้อหา กระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 13 ปี โดยเป็นผู้สืบสันดาน และกระทำอนาจารเด็กสำหรับการช่วยเหลือขั้นต่อไป มูลนิธิปวีณาฯ จะพาไปผู้เสียหายไปขอรับเงินเยียวยาที่กระทรวงยุติธรรม และฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กที่โรงพยาบาลตำรวจ จนกว่าเด็กจะหายหวาดกลัว โดยมูลมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามให้ความช่วยเหลือครอบครัวนี้อย่างใกล้ชิด ขอบคุณ พ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผกก.สนคันนายาว และตำรวจที่ได้ปฏิบัติงานอย่างรวดเร็วสามารถออกหมายจับ และจับกุมคนร้ายได้