
เมื่อวันที่ 23 ก.พ.63พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจานงค์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ นาวิน ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.บัณฑิต ทิศาภาค ผบก.สกส.,พล.ต.ต.ภาณุวิชญ์ ทองยิ้ม ผบก.อก.บช.ปส.,พล.ต.ต.หญิง วนิดา หาญบุญเศรษฐ ผบก.ประจา บช.ปส., และ พ.ต.อ.พิศาล เอิบอาบ รอง ผบก.ฯ รรท.ผบก.ขส.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ร่วมกับหลายหน่วยงาน จับกุม 1. นายเมธาสิทธิ์ หรือเม บาเพ็ญ อายุ 42 ปี ชาว ระยอง นายเริงศักดิ์ หรือตุ้ย เตชะวณิช อายุ 46 ปี ชาวสมุทรปราการผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 2 คน
พร้อมด้วยของกลาง 6 รายการประกอบด้วย 1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) จำนวน 200 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 100 กก. 2. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 500 กก. (ขยายผลตรวจค้นได้)3. วัตถุออกฤทธิ์จิตและประสาท (เคตามีน) น้ำหนักรวมประมาณ 2 กก. (ขยายผลตรวจค้นได้) 4. รถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีขาว 6. รถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีแดง
โดยก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้สืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติกรรมลำเลียงยาเสพติด โดยรับ ยาเสพติดจากเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านทางภาคกลาง และปลายทางที่ประเทศมาเลเซีย (ผ่านด่าน สะเดา)จึงไดทำการสืบสวนติดตามพฤติการณก์ลมุ่เครือข่าย“กุ๊กระยอง” เมื่อวันที่ 18 ก.พ.63 ได้สืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาในเครือข่าย “กุ๊ก ระยอง” ขับรถยนต์ 2 คัน มุ่งหน้าไป ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้ติดตามพฤติกรรมจนไปถึง จังหวัดหนองคาย ตรวจสอบแล้วทราบว่าผู้ต้องหาได้ เดินทางข้ามพรมแดนไปยัง สปป.ลาว และกลับเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 ก.พ.63 ซึ่งคาดว่ามียาเสพติด ซุกซ่อนอยู่ในรถของผู้ต้องหาทั้งสอง จึงได้สืบสวนติดตามพฤติกรรมเพื่อทราบแหล่งที่พักยาเสพติด ตั้งแต่ เขตพื้นที่ จังหวัดหนองคาย มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ จนกระทั่งรถของผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาในเขตกรุงเทพฯ พบว่ามีการ นำรถมาจอดพักไว้ในตึกแถวบริเวณ ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดงจังหวัด สมุทรปราการ คาดว่าเป็นที่พักยาเสพติด จึงได้เฝ้าสังเกตพฤติกรรมเรื่อยมา ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ก.พ.63 ชุดจับกุมพบว่ารถยนต์ผู้ต้องหาเดินทางออกจากตึกแถว ดังกล่าว ทิศทางมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ เชื่อว่าน่าจะเป็นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปส่งมอบให้ผู้รับในพื้นที่ชายแดน ภาคใต้ จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตารวจ ปส.4 ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ทำการร่วมสกัดจับเพื่อตรวจค้นรถยนต์ ทั้งสองคัน ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดเป็นเฮโรอีน จำนวนประมาณ 200 แท่ง รวมน้ำหนักประมาณ 100 กก. ซุกซ่อนอยู่ในรถเป้าหมายทั้งสองคันซึ่งมีการดัดแปลงตัวรถเป็นช่องลับ(เซฟ) อย่างดี จึงได้ทาการจับกุมผู้ต้องหาพร้อม ของกลางเพื่อดาเนินคดีต่อมา ได้นำผู้ต้องหามาขยายผลตรวจค้นห้องพักต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สืบสวนติดตาม มาในเขตพื้นที่ ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จว.สมุทรปราการ พบยาเสพติดเป็นไอซ์ น้ำหนักประมาณ 500 กก., เฮโรอีน 1 กก. และ เคตามีน น้าหนักประมาณ 2 กก. จึงได้ตรวจยึดของกลางพร้อมนำตัวผู้ต้องหาดาเนินคดีตาม กฎหมายต่อไป เมื่อสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ทาหน้าที่ใน การไปรับยาเสพติดจากต้นทาง และลำเลียงไปยังปลายทาง โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 50,000.-บาท/คน ซึ่งทำมาแล้ว 5-6 ครั้ง

จึงแจ้งข้อหาผู้ต้องหาที่ 1 ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย ผู้ต้องหาที่ 2 ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย, มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีวัตถุออกฤทธิ์ ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายสถานที่เกิดเหตุ จับกุมและตรวจยึด

