ปส.เปิดยุทธการสยบไพรี ลงพื้นที่ ‘บางบัว’ รวบป้าเอเยนต์ยา อ้างหาเงินเลี้ยงดูหลาน-ทำไปไม่มีกำไร

26.02.20 | 10:08 น.

ปส.เปิดยุทธการสยบไพรี ลงพื้นที่ชุมชนบางบัว รวบป้าเอเยนต์ยา อ้างหาเงินเลี้ยงดูหลาน โวยทำไปไม่มีกำไร

เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อม พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ปส.1 ร่วมนำกำลังชุดสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดยุทธการ “สยบไพรี 63/5 บางบัว ร่มเย็น” ลงพื้นที่ตรวจค้นพื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติด ลำดับต้นของกรุงเทพมหานคร รวม 19 จุด 26 เป้าหมายในย่านบางบัว เขตหลักสี่ หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในชุมชนอยู่บ่อยครั้งว่ายังมีการแพร่ระบาดยาเสพติดจำนวนมาก ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 12 คน ยึดบ้องกัญชาได้ 1 กระบอก ไอซ์ชนิดเกล็ด 2 ซอง น้ำหนักประมาณ 7.84 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพ และใบกระท่อม 120 ใบ รวมถึงรถจักรยานยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำสุนัขตำรวจ K9 เข้าตรวจค้นชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 1 ซึ่งเป็นจุดหนึ่งในเป้าหมายที่ตำรวจได้รับแจ้งข้อมูลจากชาวบ้านว่าเป็นแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติด

Advertisement

เป้าหมายเป็นบ้านพัก 2 ชั้น มี น.ส.วรรณี เรไรแก้ว หรือป้าณี อายุ 59 ปี รับว่าเป็นผู้ค้ายารายย่อยให้กับคนในชุมชน สอบสวนให้การว่า ตนรับยาบ้าและไอซ์มาจากเพื่อนของหลานชาย ซึ่งก่อนหน้านี้หลานชายเป็นผู้ค้ายารายย่อย และถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว ตนก็เพิ่งมาเริ่มค้ายาเสพติดเพียง 5-6 เดือน อ้างว่ามีภาระครอบครัวต้องเลี้ยงดูหลาน อีกทั้งสุขภาพไม่ดี ไม่สามารถออกไปหางานอื่นทำได้ โดยคนที่ต้องการซื้อยาเสพติดก็จะรู้ว่าจะมาหาซื้อได้ที่บ้านของตน แต่ก็ไม่ได้กำไรจากการค้ายาเสพติดมากนัก เพราะส่วนใหญ่คนที่มาขอซื้อก็จะเป็นผู้ใช้แรงงานที่อาศัยในชุมชน

ต่อมา เวลา 09.00 น. ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ร่วมแถลงผลปฏิบัติการครั้งนี้ โดย พล.ต.ต.กฤษณ์กล่าวว่า ทั้ง 26 เป้าหมาย จากการข่าวเชื่อว่ามีตัวการที่เป็นผู้สั่งการให้กระจายยาเสพติดอยู่ในเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี ซึ่งมีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดทั้งครอบครัว บางคนมีประวัติถูกจับกุมคดีเสพและค้ายาเสพติด 7-8 ครั้ง และบางคนเมื่อพ้นโทษออกมาแล้วก็กลับไปค้ายาเสพติดซ้ำ ส่วนผู้ต้องหาที่จับกุมได้ จากข้อมูลการข่าวพบว่าน่าจะขายยาเสพติดในชุมชนมานานกว่าที่อ้าง หลังจากนี้ต้องนำตัวไปขยายผลสอบสวน

พล.ต.ต.พรชัยกล่าวยอมรับว่า การเข้าตรวจค้นเป้าหมายทั้ง 19 จุด จะยังไม่สามารถทำให้ยาเสพติดหมดไปจากชุมชนได้ แต่เชื่อว่าจะทำให้การแพร่ระบาดลดน้อยลง และได้ชาวบ้านช่วยเป็นหูเป็นตากล้าแจ้งเบาะแสมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้ก็มีแผนจะเข้าตรวจค้นชุมชนเป้าหมายที่ย่านบางบัวอีกหลายครั้ง จนกว่าจะกลายเป็นชุมชนปลอดยาเสพติด

ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวว่า สำหรับผู้ต้องหาส่วนใหญ่ที่จับกุมได้วันนี้เป็นผู้ค้า ส่วนมากเคยเป็นผู้เสพกันมาก่อนและพัฒนามาขายเอง ต่อจากนี้หากทางชุมชนมีความต้องการให้ตำรวจช่วยเข้าตรวจสอบอย่างไร ขอให้แจ้งมาได้ทันที เพราะตำรวจบูรณาการกำลังร่วมกันตลอด ภายหลังการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ หากมีปัญหาใดให้แจ้งกลับมาอีก เพื่อช่วยกันสร้างชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ขอย้ำว่ากระท่อมกับกัญชายังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ห้ามนำมาเสพหรือใช้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน