รวบนายทุนจีนปล่อยกู้ผ่านแอพมือถือ เบี้ยวหนี้เจอส่งข้อความประจาน พบเงินหมุนเวียน 30ล้าน

26.02.20 | 14:51 น.

รวบนายทุนจีนปล่อยกู้ผ่านแอพมือถือ เบี้ยวหนี้เจอส่งข้อความประจาน เหยื่อโดนไล่ออกจากงานหลังเจ้านายรู้ พบเงินหมุนเวียน30ล้านบ.

เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.)

พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. พร้อม พ.ต.ท.ภาณุพงษ์ กะระกล,พ.ต.ท.ธนิต กรปรีชาพ.ต.ท.กริช วรทัต , พ.ต.ท.คมเทพ เปาอินทร์ รอง ผกก.5บก.ปอศ.ร่วมกับฝ่ายสืบสวน กก.5 บก.ปอศ.แถลงผลการจับกุม น.ส.จามจุรี ตั๋นปั๋น อายุ 22 ปี กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บจก.บางกอกโลนในฐานะนิติบุคคล และนายหยู ตันฮวน อายุ 27 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 264 และ 263/2563 ลง 24 ก.พ.2563


พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่า คดีนี้เริ่มหลังจากมีกลุ่มผู้เสียหายมาแจ้งความกับตำรวจว่าได้กู้ยืมเงินผ่านแอพพลิเคชั่น “BAHTLOAN” ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะถูกหักค่าบริการทันทีจากยอดที่กู้ยืมจริง เช่น กู้เงิน 3,000 บาท ได้รับจริงประมาณ 1,600 บาท เมื่อถึงกำหนดนัดชำระหนี้ จะมีพนักงานติดตามทวงหนี้โดยใช้วาจารุนแรงและส่งข้อความประจานไปยังเพื่อนๆ ของผู้กู้ให้ได้รับความอับอาย และยังคิดอัตราค่าติดตามทวงถามวันละ 300 บาท จนสร้างความเดือดร้อนให้ผู้กู้เป็นอย่างมาก ตำรวจจึงสืบสวนจนพบว่าแอพพลิเคชั่นดังกล่าว มีที่ตั้งสำนักงานอยู่ในย่านรัชดาภิเษก โดยเปิดกิจการในนาม บริษัท บางกอกโลน จำกัด มี น.ส.จามจุรี เป็นกรรมการบริษัท

พ.ต.อ.ภาดล กล่าวต่อมาตำรวจพบเส้นทางการเงินว่า น.ส.จามจุรี ได้โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากเข้าบัญชีนายหยู ซึ่งเป็นนายทุนใหญ่ชาวจีน ที่คอยโอนเงินไปยังผู้กู้และรับโอนดอกเบี้ยจากผู้กู้ จึงรวบรวมหลักฐานเข้าจับกุมหญิงสาวได้ที่หน้าบริษัทแห่งหนึ่งใน หมู่ 11 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และจับชาวจีนได้ที่คอนโดมิเนียมหรูบนถนนพระรามเก้า แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ซึ่งตำรวจได้ขยายผลตรวจค้นสำนักงานบริษัทบางกอกโลน ซอยรัชดาภิเษก 7 แขวงและเขตดินแดง พบว่ามีพนักงานเกือบ 50 คนกำลังปฏิบัติงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ในลักษณะพูดคุยโต้ตอบกับลูกค้าผู้กู้เงิน โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถโทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้าได้

จากการสอบสวนพนักงานในบริษัทรับว่าทำหน้าที่เร่งรัดหนี้สิน โดยจะรับผิดชอบลูกค้าผู้กู้ประมาณคนละ 40-60 ราย ต่อคน ใน 1วัน หมายความว่าแต่ละวันกลุ่มพนักงานจะติดต่อเร่งรัดหนี้สินจากลูกค้าผู้กู้เกือบ 1,600 ราย ต่อวัน และมีเงินรางวัลในการเร่งรัดทวงหนี้ ยิ่งทวงได้เยอะ ก็จะได้รางวัลมาก

Advertisement

พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่า สำหรับวิธีการปล่อยกู้นั้น คนกู้จะต้องโหลดแอพพลิเคชั่นมาก่อน โดยบริษัทจะขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในมือถือของผู้ปล่อยกู้ ทั้งรายชื่อมือถือของเพื่อน การโทรเข้าออก รวมถึงข้อมูลบัตรประชาชน ต้องสแกนบัตรประชาชนไปในแอพลิเคชั่น ข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของผู้กู้ โดยผู้กู้สามารถกู้ได้ในวงเงินระหว่าง 2,000-50,000 บาท ต้องคืนภายใน7วัน มีคนขอกู้เยอะมาก เพราะไม่ต้องมีคนค้ำประกันเงินกู้และไม่ต้องใช้เอกสารทางการเงินมาก แต่หากผิดนัด บริษัทจะส่งข้อมูลประจานไปยังเพื่อนในมือถือ และคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มีการหักค่าธรรมเนียมทำให้ไม่ได้เงินครบจำนวนตามที่ขอกู้มา

ผู้เสียหายรายหนึ่ง กล่าวว่า รู้จักแอพนี้ผ่านทางระบบสโตร์ในมือถือ จึงโหลดมา เพราะมีปัญหาทางการเงินและดูรีวิวพบว่ามีแต่คนชมว่าแอพนี้ดี โดยการกู้เงินมาจากแอพดังกล่าวจะใช้เวลาพิจารณาเพียง 1 วันเท่านั้น โดยตนกู้เงินไป 3,000 บาท ได้รับ 1,600บาท เดิมต้องจ่าย 3,012 บาท ใน7 วัน แต่ตนไม่มีเงินมาจ่ายได้ทัน จึงคิดดอกเบี้ยเพิ่ม แต่ตนจ่ายไปแล้วทั้งหมด4,300บาท แต่หนี้ยังไม่หมด เพราะที่จ่ายแอพอ้างว่าเงินที่จ่ายเป็นค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย แต่แอพยังส่งข้อความไปหาเพื่อนในเบอร์มือถือจนตนเองได้รับความเดือดร้อน เพราะมีหัวหน้างานด้วย พอข้อความทวงเงินไปถึงหัวหน้า ทำให้ตนถูกบริษัทไล่ออกซ้ำเติมอีกด้วย

พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากของนายหยู ที่ใช้ในการโอนเงินระหว่างลูกค้า มีจำนวนเงินเกือบ 30 ล้านบาท ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา เบื้องต้น น.ส.จามจุรี เป็นนอมินี ถูกจ้างมาเพื่อให้เป็นกรรมการบริษัท ทางตำรวจแจ้งข้อหา “ประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” และความผิดตาม พ.ร.บ.ทวงหนี้ โดยจะตรวจสอบเรื่องภาษีและความผิดคนไทยเปิดบริษัทแทน ถือเป็นความผิดกฎหมายประกอบธุรกิจต่างด้าว ซึ่งต้องตรวจสอบหลักฐานก่อน จึงแจ้งข้อหาเบื้องต้นดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน