เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงนามในประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทั้งนี้ข้อความประกาศดังกล่าวระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ และมีรายงานพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น ประกอบกับคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติประกาศให้ COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 19 กทม. จึงกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกัน ดังนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
1.ให้ชะลอการอนุมัติหรืออนุญาตการเดินทางไปฝึกอบรม ประชุม สัมมนา ศึกษาดูงาน และปฏิบัติการวิจัยระหว่างประเทศ หรือการเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ด้วยภารกิจส่วนตัวของข้าราชการ กทม.สามัญ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา กทม. บุคลากรของ กทม. และนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.ทั้งหมด
2.กรณีที่ได้รับอนุมัติ หรืออนุญาตให้เดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศของ สธ.ก่อนประกาศฯ ฉบับนี้ ให้ข้าราชการ กทม.สามัญ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา กทม. บุคลากรของ กทม. และนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.ทั้งหมด งดหรือเลื่อนการเดินทางออกไปจนกว่า สธ.จะประกาศยกเลิกประเทศที่มีความเสี่ยง กรณีมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศ ให้ข้าราชการกทม.สามัญ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา กทม. บุคลากรของ กทม. และนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. แจ้งเหตุจำเป็นต่อผู้มีอำนาจอนุมัติ หรืออนุญาตเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ การเดินทางไปต่างประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศของ สธ. โดยไม่ได้รับอนุมัติหรืออนุญาต ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องมีการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นี้ ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
3.ผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศ หรือกลับจากต่างประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศของ สธ.เมื่อกลับมาถึงประเทศไทยให้ผู้นั้นมีหน้าที่ ดังนี้ เข้ารับการตรวจคัดกรอง และเฝ้าระวังเชื้อไวรัส COVID-19 ที่โรงพยาบาลในสังกัด กทม. ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. หรือสถานพยาบาลของรัฐที่มีมาตรฐานในการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวัง และพักเพื่อเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 14 วัน (โดยไม่ถือเป็นวันลา) และให้รายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชาทราบผ่านทางอีเมล์ หรือแอพพลิเคชั่นไลน์ทุกวัน และให้รวบรวมจัดส่งกองควบคุมโรค สำนักอนามัย ทุก 7 วัน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยผู้บังคับบัญชาอาจมอบหมายงานให้ปฏิบัติในระหว่างที่พักเพื่อเฝ้าดูอาการได้ตามแต่กรณี และในระหว่าง 17 วัน ให้ตรวจสอบและระมัดระวังตนเอง โดยการสวมหน้ากากอนามัย หากมีอาการไข้ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก หรือสัมผัสผู้ป่วยต้องสงสัย ให้ไปรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาล โรงพยาบาลในสังกัด กทม. หรือศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.ทั้งนี้ สามารถสอบถามเกี่ยวกับเรื่องรักษาพยาบาลได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) กรุงเทพมหานคร โทร.1646 และรายงานผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็ว

4.หากมีบุคคลจากประเทศหรือเขตการปกครองที่เสี่ยงฯ มาติดต่อราชการในกรุงเทพมหานคร ให้หน่วยงานของ กทม.ปฏิบัติตามมาตรการของ สธ.อย่างเคร่งครัด (สามารถสืบค้นข้อมูลได้ที่ www.ddc.moph.go.th/viralpneumonia/intro.php) ให้ชะลอการเชิญบุคคลจากต่างประเทศมาร่วมการประชุม การสัมมนา หรือการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับ กทม.ออกไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคจะคลี่คลาย กรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ให้เสนอเหตุจำเป็นต่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้บังคับบัญชาพิจารณา และกำหนดมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่เหมาะสม
5.กรณีข้าราชการ กทม.สามัญ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษากทม. บุคลากรกทม. และนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม. มีบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดเดินทางกลับจากต่างประเทศ หรือสัมผัสผู้ต้องสงสัยว่ามีความเสี่ยงต่อการติดต่อโรคนี้ ให้พักเพื่อเฝ้าดูอาการของบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดเป็นเวลา 14 วัน และให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 3.
6.ขอความร่วมมือผู้ปกครองเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม. ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศของ สธ. ให้เด็กนักเรียนในความปกครองหยุดโรงเรียนเป็นเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าดูอาการ
7.ให้ข้าราชการ กทม.สามัญ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา กทม. บุคลากร กทม. และนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ระมัดระวังและป้องกันตัวเอง โดยสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าขณะปฏิบัติงานและทำกิจกรรมต่างๆ
8.ให้สำนักการแพทย์ และสำนักอนามัย เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด เพื่อรองรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทั้งบุคลากร เวชภัณฑ์ และสถานที่
9.ให้โรงเรียนในสังกัดกทม.ทำความสะอาดพื้นที่ภายในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมความรู้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส แก่เด็กนักเรียน หากพบเด็กนักเรียนในโรงเรียนป่วย ให้แยกเด็กนักเรียนเพื่อเฝ้าระวังและดำเนินการอย่างเหมาะสม
10.ให้ทุกหน่วยงานจัดวางแอลกอฮอล์เจลไว้ในจุดให้บริการสำหรับประชาชน และบุคลากรในสังกัดให้เพียงพอ

11.ให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ข้าราชการ กทม.สามัญ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา กทม. บุคลากร กทม. และนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม.อย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง และให้หน่วยงานที่มีการให้บริการประชาชนโดยตรง เช่น สำนักงานเขต โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เนื่องจากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประโยชน์สาธารณะ กทม.จึงขอให้ข้าราชการ กทม.สามัญ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษากทม. บุคลากรกทม. และนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม. ให้ความสำคัญและถือปฏิบัติตามประกาศนี้โดยเคร่งครัด จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

