เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.พร้อม พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.,พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.เข้าประชุมติดตามแนวทางคดีการอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ พร้อมพวกรวม 6 คน ตกเป็นผู้ต้องหา และคดีการพบศพนายวัง จุน ชายชาวจีนอายุ 30 ปี ถูกยัดใส่กระเป๋าเดินทางริมแม่น้ำปิง จ.กำแพงเพชร โดยใช้เวลาประชุมนานร่วม 2 ชั่วโมงเศษ
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับคดีการอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายผู้พิพากษา ตอนนี้มีความคืบหน้าไปแล้ว 70 เปอร์เซ็น แต่ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของชิ้นส่วนกระดูกกับกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่พบในผืนดินรกร้าง จ.นครสวรรค์ ยังไม่มีรายงานออกมาอย่างเป็นทางการ
ส่วนคดีพบศพชายชาวจีนนั้น ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจกองปราบปราม เร่งรัดติดตามตัวผู้ต้องสงสัยชาวจีน พร้อมตรวจค้นที่พักของผู้ตาย ใน จ.ชลบุรี ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานที่เกิดเหตุในย่านพัทยา
รายงานข่าวแจ้งว่าในที่ประชุมว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้เน้นย้ำชุดทำงานให้เร่งพิสูจน์ทราบพยานแวดล้อม และยืนยันตัวบุคคลในภาพวงจรปิด โดยให้ชุดสอบสวนทำสำนวนให้รัดกุม ซึ่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้สอบปากคำพยานในคดีการอุ้มฆ่าไปแล้ว 40 ปาก เหลืออีก 20 ปาก เพื่อให้รวบรวมสำนวนส่งฟ้องได้ ขณะนี้ตำรวจกำลังประสานขอตรวจสอบเส้นทางการเงินค่าจ้างในการก่อเหตุของกลุ่มผู้ต้องหา จำนวน 200,000 บาท หลังหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาให้การรับว่าพ.ต.ท.บรรยิน ได้ให้เงินกับ ด.ต.ธงชัย วจีสัจจะ หรือ สจ.อ๊อดแล้ว สจ.อ๊อด ได้แบ่งให้นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข และนายชาติชาย เมณฑ์กุล คนละ 5 หมื่นบาท
ข่าวแจ้งว่า สำหรับผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของชิ้นส่วนกระดูกบริเวณกะโหลกศีรษะที่พบในพื้นที่รกร้าง จ.นครสวรรค์ และคราบเลือดบนรถโตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ ที่ใช้เป็นเป็นพาหนะในการก่อเหตุ มีผลอย่างไม่เป็นทางการออกมาแล้วว่า เป็นของนายวีรชัย แต่ผลการตรวจอย่างเป็นทางการจะออกมาภายในสัปดาห์หน้า และหากผลตรวจออกอย่างเป็นทางการก็จะนำมารวบรวมเพื่อประกอบนำสำนวน ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 6 รายเพิ่ม อีก 4 ข้อหา ฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเสี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้,ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย,ซ่อนเร้นอำพรางศพ และเรียกค่าไถ่ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” และแจ้งข้อหาต่อ พ.ต.อ.บรรยิน เพิ่มอีก 3 ข้อหา ฐาน “แต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจฯ,แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน และแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ” เนื่องจากในวันเกิดเหตุที่อุ้มนายวีรชัย ที่หน้าศาลแพ่งกรุงเทพใต้ พ.ต.ท.บรรยินได้ใส่เครื่องแบบตำรวจไปแสดงตัวกับนายวีรชัย เพื่อขอตรวจสอบบัตรประชาชนและเชิญตัวขึ้นรถไป
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมและบุคคลใกล้ชิด ต่างให้การเชื่อมโยงสอดคล้องกับข้อมูลที่ชุดสืบสวนพบ โดยเฉพาะรถที่ใช้ในการก่อเหตุ ที่ลูกน้องภายในบ้านของ พ.ต.ท.บรรยิน ยืนยันว่ารถกระบะโตโยต้า รุ่นสปอร์ตไรเดอร์ เป็นของกลางในคดี เป็นรถที่ พ.ต.ท.บรรยินใช้เป็นประจำ อีกทั้งมีผู้ยืนยันว่าเป็นคนไปซื้อซิมการ์ดที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้ติดต่อทางโทรศัพท์ ให้ภรรยาของ พ.ต.ท.บรรยิน เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

