ตม.เพชรบูรณ์ บูรณาการร่วม ตร.หล่มสัก รวบลาวมั่วสุมค้าประเวณี

1.03.20 | 13:29 น.

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ต.ต.ภูวดล ภูมี สว.ตม.จว.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่่ผ่านมา พ.ต.ต.ภูวดล ภูมี สว.ตม.จว.เพชรบูรณ์ ร.ต.อ.ศักย์ศรณ์ ชัยธรรมาภรณ์ รอง สว.ตม.จว.เพชรบูรณ์ และ ด.ต.สามารถ ชะดา ผบ.หมู่ ตม.จว.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ รับการประสานจาก พ.ต.ต.กฤษฎา พลายละหาร สว.สส.สภ.หล่มสัก ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นหญิงสาวคาดว่าเป็นคนต่างด้าวสัญชาติลาวเข้ามาเช่าห้องพักในเขตพื้นที่ ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก และมีพฤติการณ์การค้าประเวณีให้กับผู้ใช้บริการทั่วไป จึงวางแผนการจับกุมร่วมกัน โดยตรวจสอบรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ หมู่ 13 ต.น้ำชุน จับกุมคนต่างด้าวสัญชาติลาวในข้อหา “เข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือการกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณี อันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอายหรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชน” จำนวน 1 ราย และข้อหา “มั่วสุมในสถานการค้าประเวณีฯ” อีก 6 ราย รวมจำนวน 7 ราย นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.ต.ภูวดล กล่าวว่าจากการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกจับทั้ง 7 ราย เป็นคนต่างด้าวสัญชาติลาว มีอายุเกินกว่า 18 ปีบริบูรณ์ มีหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองให้เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์การท่องเที่ยว หลังจากที่เดินทางเข้าในราชอาณาจักรแล้วพากันมาเช่ารีสอร์ทดังกล่าวและหาลูกค้าเพื่อการค้าประเวณีโดยคิดค่าบริการในราคา 1,000-2,000 บาทต่อครั้ง การที่ผู้ถูกจับทั้ง 7 รายเดินทางเข้ามาในรูปแบบของนักท่องเที่ยวแต่มีพฤติการณ์การค้าประเวณีจึงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และผิดวัตถุประสงค์ของการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร หลังจากที่คดีสิ้นสุดแล้วทาง ตม.จว.เพชรบูรณ์ ก็จะทำการเพิกถอนสิทธิ์ในการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และนำรายชื่อเข้าสู่ระบบการเป็นบุคคลต้องห้าม(BlackList) มิให้เข้ามาในราชอาณาจักรอีกต่อไป


พ.ต.ต.ภูวดล กล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโนบายของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) สั่งการให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเข้มงวดกวดขันจับกุมคนต่างด้าวที่กระทำความผิดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และควบคุมคนต่างด้าวในพื้นที่ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และปฏิบัติตามกฎหมายอื่นอย่างเคร่งครัด ตลอดจนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบูรณาการสนธิกำลังประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Advertisement