เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภาภรณ์ พร้อมพวก รวม 6 คน ร่วมกันก่อเหตุอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ อายุ 67 ปี พี่ชาย น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ เจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้น 300 ล้านของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน กับพวกเป็นจำเลย ที่ถูกต้องหาว่าอุ้มฆ่านายวีรชัย เพื่อข่มขู่ทางคดีให้ยกฟ้อง ว่าสำนวนคดีมีความคืบหน้าไปมาก ส่วนการสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ นั้นเกือบครบถ้วนเรียบร้อย คงเหลือสอบปากคำเจ้าหน้าที่แพทย์ และกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) อีกบางส่วนเท่านั้น เพราะยังต้องรอผลการตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาตร์ออกมาอย่างเป็นทางการก่อนจึงจะทำการสอบปากคำเพื่อประกอบสำนวน คาดว่าภายในเดือนมีนาคมนี้สำนวนคดีดังกล่าวน่าจะแล้วเสร็จ
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่ในส่วนของการสืบสวนหาเบาะแสหลักฐานอื่นเพิ่มเติมนั้น เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางตำรวจกองปราบ โดย พ.ต.อ.เอนก นำกำลังชุดปฏิบัติการกองปราบปรามประสานนักประดาน้ำลงงมค้นหาหลักฐานในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ ต.กลางแดด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ อีกครั้งเพื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนจะพบหลักฐานสำคัญเป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และจักรยานยนต์ รวม 4 แผ่น ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบแผ่นป้ายทะเบียน 2 ใน 4 แผ่นดังกล่าวนั้นเป็นแผ่นป้ายทะเบียนที่ พ.ต.ท.บรรยิน และพวก นำมาใช้ติดรถยนต์ของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ ส่วนอีก 2 แผ่นนั้นยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่
นอกจากนี้ ทาง พ.ต.อ.เอนก ยังเดินทางไปสอบปากคำเจ้าหน้าที่ขนส่งรายหนึ่งในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ หลังพบว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเป็นคนจัดหาแผ่นป้ายทะเบียนรถให้กับ พ.ต.ท.บรรยิน ซึ่งจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ขนส่งคนดังกล่าวให้การว่า รู้จักกับ พ.ต.ท.บรรยินมานานแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ท.บรรยินติดต่อมาหาพร้อมกับขอแผ่นป้ายทะเบียนรถที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ด้วยความที่ไม่ได้คิดว่าจะนำไปใช้ทำความผิดจึงให้ไป มารู้ภายหลังว่า พ.ต.ท.บรรยินนำแผ่นป้ายทะเบียนไปสวมตบตาเจ้าหน้าที่เพื่อใช้ก่อเหตุดังกล่าว
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีของกองปราบยังประสานเจ้าหน้าที่กรมที่ดินมาทำการรังวัดที่ดินตรงจุดที่พบเศษชิ้นส่วนกระดูกของนายวีรชัย ผู้เสียชีวิต เป็นป่ารกร้างบริเวณเขาใบไม้ จ.นครสวรรค์ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าที่ดินผืนดังกล่าวนั้นใครเป็นผู้ครอบครอง เมื่อทำการรังวัดและตรวจสอบเสร็จสิ้นพบว่าที่ดินผืนดังกล่าวนั้นเป็นของนางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ภรรยา พ.ต.ท.บรรยิน เป็นผู้ครอบครอง จึงเตรียมเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงว่านางวราภรณ์มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนกองปราบยังเตรียมเชิญตัว ร.อ.จักรวาล ตั้งภากรณ์ พี่ชาย พ.ต.ท.บรรยิน มาสอบปากคำเพิ่มเติมด้วยอีกราย หลังแนวทางสืบสวนพบว่า ร.อ.จักรวาลนั้นเป็นผู้ติดต่อขอยืมรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นสปอร์ตไรเดอร์ 1 ในรถยนต์ของกลางมาจาก พ.ต.ท.ประเสริฐ ผลประสาร เจ้าของ ซึ่งเป็นตำรวจอยู่ใน จ.พิจิตร เพื่อนำมาใช้งาน ก่อนที่ต่อมาทาง พ.ต.ท.บรรยิน น้องชาย จะนำรถคันดังกล่าวไปใช้ในการก่อเหตุ จึงจำเป็นต้องเชิญตัวมาสอบปากเพื่อให้คลายข้อสงสัยในส่วนนี้
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


