‘อัยการธนกฤต’ติง’รัฐ’หาสาเหตุแมสก์ขาดเเคลน-ราคาสูงที่เเท้จริง ชี้เเจงให้หายสงสัย หากพบผลิตไม่เพียงพอ-กักตุนต้องวางเเผนมีมาตรการณ์ชัดเจน สร้างความอุ่นใจปชช.เผชิญโควิด-19
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดได้ให้ข้อสังเกตต่อปัญหาเรื่องการขาดเเคลนหน้ากากอนามัยในการรับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวมีข้อความว่า
หน่วยงานรัฐควรเร่งรีบแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยและตรวจสอบเส้นทางการผลิตและจำหน่ายจนถึงมือประชาชนผู้ซื้อ
หลายคนอาจจะมีคำถามในใจว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงหาซื้อหน้ากากอนามัยทั้งตามร้านขายยาและ ร้านทั่วๆไปไม่ได้ ทั้งที่ยินดีจะจ่ายเงินซื้อ ไม่ได้ขอรับแจกฟรี หรือถึงพอจะหาซื้อได้บ้างก็ยากลำบากแสนเข็ญ ราคาก็สูงกว่าปกติ
หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องควรที่จะออกมาชี้แจงสาเหตุของการขาดแคลนหน้ากากอนามัยที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของประชาชนในการป้องกันอันตรายจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ประชาชนหายสงสัย และดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจว่าในขณะที่อยู่ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างน้อยก็พอหาอุปกรณ์ในการป้องกันเชื้อโรคให้แก่ตนเองได้ ดีกว่าที่จะเสี่ยงออกจากบ้านไปโดยไม่มีหน้ากากป้องกัน หรือต้องทนใส่หน้ากากอันเดิมซ้ำไปมา
ในเรื่องนี้อย่างน้อยควรมีความชัดเจนเรื่องปริมาณการผลิตหน้ากากอนามัยในแต่ละวัน เส้นทางการผลิตและจำหน่ายหน้ากากอนามัยตั้งแต่โรงงานผลิต ผู้ที่มาซื้อไปจำหน่ายต่อเป็นทอดๆ จนถึงมือประชาชนผู้ซื้อ
จะได้ทราบว่าปริมาณการผลิตหน้ากากอนามัยทั่วทั้งประเทศต่อวันมีจำนวนรวมเท่าใด
มีคนมาซื้อต่อไปจำหน่ายจำนวนเท่าใดในแต่ละวัน และที่รับซื้อไปแล้วนำไปจำหน่ายต่ออย่างไร จำหน่ายให้ใคร ช่องทางใด ถึงมือประชาชนผู้ซื้อจำนวนเท่าไหร่
เช่น ตอนนี้โรงงานผลิตหน้ากากอนามัยทั่วประเทศมีกี่แห่ง แต่ละแห่งมีกำลังผลิตหน้ากากอนามัยวันละกี่ชิ้น
ผลิตแล้วส่งไปจำหน่ายอย่างไร ใครเป็นผู้มาซื้อไปจำหน่ายต่อ ซื้อไปจำนวนเท่าไหร่ หลังจากซื้อไปแล้ว เส้นทางการจำหน่ายหน้ากากอนามัยเป็นอย่างไรไปไหนต่อ และมีเส้นทางกว่าจะไปสุดปลายทางถึงมือประชาชนผู้ซื้ออย่างไร
ถ้ารู้จำนวนผลิต เส้นทางการจำหน่ายไปจนถึงมือประชาชนผู้บริโภคก็น่าจะรู้ได้ว่าสาเหตุของการขาดแคลนหน้ากากอนามัยมาจากปัญหาใด เช่น มาจากปริมาณการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน มาจากพ่อค้ากักตุนสินค้า ซื้อมาจำนวนมากแล้ว แต่ไม่เอาไปขายต่อให้เพียงพอกับความต้องการซื้อของประชาชน มาจากการมีผู้ผูกขาดในการรับซื้อและการเอาไปจำหน่ายต่อ หรือมาจากการส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ เป็นต้น
หากปัญหาส่วนหนึ่งมาจากปริมาณการผลิตไม่เพียงพอ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก็ควรกำหนดแผนการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการเพิ่มปริมาณการผลิตหน้ากากอนามัยให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ซึ่งน่าจะดีกว่าให้ปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยดำเนินและคงอยู่ต่อไปในแต่ละวัน โดยไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน
ซึ่งจะทำให้หน่วยงานรัฐสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง เหมาะสม และสามารถชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจและคลายความสงสัยถึงสาเหตุของการขาดแคลนหน้ากากอนามัยได้
ทั้งนี้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมีอำนาจใช้มาตรการตามกฎหมายหลายฉบับในการดำเนินการและจัดการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยนี้ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ มากน้อยเพียงใด
โดยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรรีบเร่งแก้ไขปัญหาดังที่กล่าวมานี้โดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นการสร้างความอุ่นใจ ความมั่นใจและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตให้แก่ประชาชนในสภาวะการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในขณะนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

