‘ปิยะสกล’ลั่นม.44แก้ปัญหากม.สปสช.ไม่เกี่ยวปมตรวจสอบ ใครไม่เข้าใจมาคุย

6.07.16 | 13:25 น.

หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 37/2559 อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจําเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีเหตุขัดข้องบางประการ ทําให้เป็นอุปสรรคต่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการและประสิทธิภาพของการให้บริการของหน่วยบริการ ส่งผลกระทบถึงการให้บริการด้านการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชนโดยรวม จึงมีคำสั่งดังกล่าว เพื่อให้ทำงานต่อไปได้ระหว่างรอแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 แต่ทั้งนี้ ต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกระเบียบ เงื่อนไขรองรับนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปรากฏว่า เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันในแวดวงสาธารณสุขเป็นอย่างมาก โดยกลุ่มโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต่างดีใจกับคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมามีอุปสรรคในการทำงาน เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบการทำงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ซึ่งมอบให้โรงพยาบาลดำเนินการต่อในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ โดยทักท้วงว่า เป็นการใช้งบไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ เนื่องจากงบบางประเภท อย่างงบค่าเสื่อมสำหรับบำรุงซ่อมแซมต่างๆ ฯลฯ ไม่รวมอยู่ด้วยนั้น จนหลายพื้นที่ต้องหยุดชะงัก ส่งผลต่อการดำเนินการ แต่เมื่อมีคำสั่ง คสช. ทำให้ทุกอย่างดำเนินการได้

ในทางกลับกันชมรมแพทย์ชนบทได้โพสตเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า “คำสั่ง ม.44 ออกมาแสดงให้เห็นว่า ข้อกล่าวหาว่า สปสช.ไม่สุจริตใช้งบผิดวัตถุประสงค์ เพราะตีความต่างกัน โดยคนตีความหากเชื่อตามคนที่จ้องทำลายโครงการเพื่อล้ม สุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริงว่าไม่ใช่ การบริหารจัดการของสปสช.มีประสิทธิภาพอย่างมาก วันนี้ นายกฯออกคำสั่ง ลบล้างการตรวจสอบเดิมในทุกประเด็นที่เคยถูกกล่าวหา ทั้งหมดคือผลงานของ นพ.ประทีป สมัยรักษาการเลขาฯสปสช. แต่รัฐมนตรีกับพวกไม่รับรองตำแหน่งให้ ต้องตามดูรัฐมนตรีว่าจะทนอยู่ในตำแหน่งอีกนานแค่ไหน”

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงคำสั่งดังกล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดของ ม.44 ให้ละเอียดก่อน เพราะหากย้อนไปตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ สธ.ใหม่ๆ เดิมที คตร. และ สตง. ได้มีการตีความการทำงานหลายอย่างของ สปสช. และกระทรวง ทำไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545

“จากข้อทักท้วงดังกล่าว ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ขณะนั้น เห็นว่าควรหยุดดำเนินการตาม สตง.และ คตร.ตีความ แต่ผมเห็นว่าหากหยุดดำเนินการ จะทำให้เกิดปัญหาต่อผู้ให้บริการได้ ซึ่งที่ประชุมถามหาคนรับผิดชอบ ผมก็บอกจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง แต่ก็ต้องมีการแก้ พ.ร.บ.ฯ เพื่อให้มีการใช้จ่ายงบได้ไม่ขัดกับกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นงบค่าเสื่อม หรืองบการบริหารจัดการของ รพ. ซึ่งเชื่อมโยงกับการให้บริการ แต่ในเมื่อการแก้ พ.ร.บ.ฯยังไม่ได้ แต่งานก็ต้องทำต่อไปด้วย จึงมี ม.44 ออก เพื่อให้สิ่งที่จำเป็นต้องทำถูกต้อง แต่ไม่ได้หมายความว่า หากในอดีตที่ผ่านมามีการทำงานใดๆ ที่เป็นปัญหาจนต้องมีการตรวจสอบนั้นจะถูกยกเลิกไปด้วย เป็นคนละส่วนกัน” นพ.ปิยะสกล กล่าว

Advertisement

รัฐมนตรีว่าการ สธ.กล่าวอีกว่า ม.44 ออกมาเพื่อให้งานที่ติดขัดระหว่าง สปสช.ส่งให้ สธ.เดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่เกี่ยวข้องประเด็นการตรวจสอบว่า หากจะมีการทุจริตหรือไม่มี คนละส่วน คำสั่งแค่ต้องการให้งานด้านสาธารณสุขเดินต่อไปได้เท่านั้น ซึ่งตนได้สั่งการในเรื่องการออกระเบียบรองรับคำสั่ง คสช.แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลับมีบางกลุ่มออกมาโจมตีว่าจากคำสั่ง ม.44 เป็นสัญญาณว่า สปสช.ไม่ทุจริต แต่จากการตีความที่หลงเชื่อคนกลุ่มที่ต้องการล้มระบบบัตรทอง จึงทำให้เกิดปัญหา นพ.ปิยะสกลกล่าวว่า ทุกคนไปตีความในสิ่งที่ตัวเองคิด พวกเราต้องมีวิจารณญาณ ว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพื่อคงไว้ซึ่งระบบหลักประกันสุขภาพของประชาชน โดยต้องมั่นคงและยั่งยืนต่อไป และสิ่งที่นายกรัฐมนตรี และตนพูดเสมอคือ ไม่มีล้มระบบแน่นอน พูดชัดเจนมาตลอด แต่ไม่รู้ว่าไปตีความอย่างไรเหมือนกัน อยากให้ทุกคนร่วมมือกัน มองไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทย ขออย่าเบี่ยงเบนให้เกิดภาพความขัดแย้งกันเลย ไม่มีประโยชน์

เมื่อถามว่าจะเรียกผู้ที่เข้าใจผิดมาหารือหรือไม่ นพ.ปิยะสกลกล่าวว่า จริงๆ ก็อยากเรียกมาคุยนะ คิดว่ามีอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่ไม่เข้าใจก็เข้ามาคุยกันได้ แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่เข้าใจดี