“บิ๊กต๊อก”เผยเหตุย้าย “ณรงค์”ไม่เหมาะสมช่วงเวลานี้- ยันเลขาฯป.ป.ส.ต้องประสานสิบทิศ

“บิ๊กต๊อก”เผยเหตุย้าย “ณรงค์”ไม่เหมาะสมช่วงเวลานี้- ยันเลขาธิป.ป.ส.ต้องประสานสิบทิศใน-นอกประเทศ

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม กล่าวถึงกรณี มีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 34/2559 เรื่องการกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราว มีคำสั่งให้นายณรงค์ รัตนานุกูล พ้นจากเลขาธิการ ป.ป.ส. ไปเป็น ผู้ตรวจราชการพิเศษ ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ว่า การปรับเปลี่ยนดังกล่าว เป็นไปเพื่อความเหมาะสม ทั้งในเรื่องของนโยบายและการทำงานแต่ละด้าน ที่ผ่านมาชี้แจงเรื่องยาเสพติดไปจำนวนมาก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ปฏิบัติทำสอดคล้อง อีกทั้งป.ป.ส.ไม่ใช่ทำแต่ของเพียงอย่างเดียว แต่มีการทำงานร่วมกับต่างประเทศ ดังนั้น งานด้านต่างประเทศ งานภายในประเทศ และงานร่วมกับภายในองค์กร คืองานของ ป.ป.ส. ในเรื่องการปราบปรามยาเสพติดมันต้องทำในระดับต่างประเทศและในประเทศด้วย ฉะนั้น ป.ป.ส. ต้องเป็นคนที่เชื่อมโยงหรือบูรณาการการทำงานทั้งในและนอกประเทศได้ดีทุกสาขา ทั้งป้องกัน ปราบปราม และฟื้นฟู

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ระดับการมองของเราคือมองงานที่เราลงไปมากกว่า ก็จะต้องในระยะเวลาที่ได้วางลงไป และ 2 ปีที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าคนใน ป.ป.ส. รู้ดีว่าตนวางอะไรไปบ้าง ทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งในปีที่ 3 มันควรจะเก็บเกี่ยวในสิ่งที่เดินงานมา ไม่ให้ล่าช้าและจะต้องเห็นความสำเร็จบ้าง แต่ก็ไม่ได้มองว่าความสำเร็จคือยาเสพติดต้องหมดไปจากประเทศ แต่มันต้องจัดการระบบ การทำงาน และระเบียบให้มันสมดุลกับงบประมาณ เมื่อขึ้นชื่อว่า ป.ป.ส. ก็เป็นแม่งาน และคนที่เป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. ต้องเป็นแม่งานได้จริงๆ สามารถประสานงานสิบทิศได้ทั้งในและนอกประเทศและต้องทำได้ทุกมิติ ในสายตาของตน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายณรงค์มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับคุณสมบัติอย่างไร พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า มันอาจไม่เหมาะในช่วงที่ตนมา แต่ตนก็เป็นคนเลือกเขาเอง ตนเป็นคนที่ตั้งเขาเอง อย่างไรก็ตาม คิดถึงงานมากกว่า เพราะเขาก็ไม่ใช่บุคคลที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งนายณรงค์ก็เป็นข้าราชการที่ดี แต่อาจจะไม่เหมาะในสถานการณ์ที่เรากำลังเดินหน้างานป.ป.ส.ที่ควรจะได้ จากภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งใช้คำนี้น่าจะเหมาะสมกว่าหรือไม่ เพราะไม่มีเรื่องส่วนตัว ไม่มีเรื่องอะไรกันเพราะตนเป็นคนตั้งเขามาเอง เลือกเขามาเอง

ผู้สื่อข่าวอีกว่า การแต่งตั้งรองเลขาธิการ ป.ป.ส. ขึ้นมาแทนนายณรงค์ แสดงว่าต้องมีความสามารถ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่ทราบก็เหมือนที่ตนแต่งตั้งนายณรงค์ขึ้นมาเป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. เพราะคนใน ป.ป.ส. ก็มีตัวเลือกอยู่แค่นั้น ตนไม่ต้องการเอาคนนอกเข้ามา ทุกครั้งจะเห็นว่าตำรวจมาตลอด ตนก็พูดกับทุกคนมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่แต่งตั้งนายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต อดีตเลขาธิการ ป.ป.ส. และนายณรงค์ มาจนถึงปัจจุบัน ก็เป็นบุคคลภายในมาตลอด ในยุคของตนไม่มีการแต่งตั้งโดยเอาคนข้างนอกเข้ามา

“ผมต้องการให้ข้าราชการภายในเขาได้เติบโต และดูแล เพราะเขาน่าจะรู้ดี แต่วันหนึ่งถ้าทำงานไปแล้วไม่สอดคล้องกับระยะเวลา งบประมาณที่เดินไปแล้วมันไม่สามารถประสานงานทั้ง 3 ด้านได้ดี มันก็ต้องมองเห็น เราเอางานเป็นหลัก ไม่มีอะไร ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันอะไรหรอก ยืนยันไม่มีอะไรจริงๆ ผมต้องการงานจริงๆ และต้องการคนที่คล่องตัวกว่านี้ ซึ่งท่านณรงค์ไม่มีอะไรเสียหาย” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ต่อจิ๊กซอว์ แผน “คสช.” ผ่าตัดพรรค ละลายนักการเมือง จับตาเกม “ซูเปอร์บิ๊กป้อม” ดัน “บิ๊กตู่” ยาวไป
บทความถัดไป‘มาเลเซีย’มาแล้วขอผนึกไทยยื่นจัดฟุตบอลโลกค.ศ.2034 – ‘มวยไทย’เฮจ่อบรรจุซีเกมส์!