‘อังคณา’ เศร้าใจ รัฐอยู่เบื้องหลังไอโอ ชี้หญิงหลายคนโดนคดีบุกรุกป่า แต่นักการเมืองหญิงครองที่ดินพันไร่ ไม่โดน
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวในงานแถลงข่าว “ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิผู้หญิงตัดเกรดรัฐไทยอยู่หรือไป” ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ว่า ประเทศไทยได้ให้สัตยาบรรณซีดอว์ (CEDAW) นับแต่ปีพ.ศ. 2528 แต่ไทยเพิ่งจะมีกฎหมายความเท่าเทียมระหว่างเพศ เมื่อปีพ.ศ. 2558 คือ 30 ปีหลังให้สัตยาบรรณ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดทั้งจากการเมือง เศรษฐกิจ และศาสนา ที่ให้มีการเลือกปฏิบัติได้ ทั้งนี้ ไม่มีหลักประกันว่าผู้หญิงนักปกป้องสิทธิ ที่ถูกคุกคาม จะทำอย่างไร และในทางปฏิบัติไม่สามารถห้ามการฟ้องปิดปากได้ รวมไปถึงในโลกออนไลน์ แต่สิ่งที่น่าเสียใจมากที่สุด คือเกิดขึ้นมาจากการสนับสนุน หรือการรู้เห็นเป็นใจของหน่วยงานรัฐเอง โดยการนำภาษีประชาชนมาใช้ในการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
“ผู้หญิงหลายคนถูกดำเนินคดีบุกรุกป่า ขณะที่นักการเมืองหญิงที่ถือครองที่ดินนับพันไร่ ไม่ถูกดำเนินคดี เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องทำให้กระจ่างว่าจะทำอย่างไรให้ไม่ถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
“ในส่วนปฏิบัติการไอโอ (Information Operation : IO) นั้น ประสบการณ์ตอนไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) 2 ครั้ง เวลาไปต้องเตรียมเอกสารไปหมด ไปชี้ให้เห็นว่าตรงไหนเป็นเฮทสปีช (Hate speech) และต้องเตรียมทุกอย่างไปเอง ในขณะที่ นักวิชาการบางคน หรือนักการเมือง ที่นำเสนอเรื่องความมั่นคง ปอท.เป็นโจทก์เอง ในการที่จะกล่าวโทษกับคนที่เห็นต่างจากรัฐ แต่เวลาที่ผู้หญิงถูกทำร้ายจากโซเชียลมีเดีย ไม่มีใครปกป้อง ผู้หญิงต้องไปแจ้งความเองในสน.ท้องที่ จึงขอเรียกร้องเพราะเศร้าใจมากว่า ส่วนหนึ่งของปฏิบัติการไอโอ น่าจะมาจากหน่วยงานรัฐ จึงเรียกร้องให้ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้ใช้กระบวนการทางศาลในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และให้มีการเยียวยาในกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย” นางอังคณาเผย

