เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 4 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 2/2563 โดยมีวาระสำคัญ อาทิ การเลื่อนเงินเดือนประจำปี 2561 ครั้งที่ 2 ครึ่งปีหลัง (1 ตุลาคม 2561) กรณีพิเศษ 2 ขั้น ในโควตาผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด ให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ดำรงตำแหน่ง ผบก.หรือเทียบเท่าขึ้นไป, การเลื่อนเงินเดือนให้ได้รับเงินตอบแทนพิเศษ ประจำปี 2562 ครั้งที่ 2 ครึ่งปีหลัง (1 ตุลาคม 2562) ให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ดำรงตำแหน่ง ผบก.หรือเทียบเท่าขึ้นไป, การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อคัดเลือกเป็นข้าราชบริพารในพระองค์, การกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจในสังกัดวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ รพ.ตร., การกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจเพื่อรองรับการจัดตั้งศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลางในสังกัด บช.ศ., การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ, เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) โดยใช้เวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที จึงเสร็จสิ้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้มีหลายวาระทุกครั้งก็จะมีรายงานการลงโทษไม่ว่าจะเป็นไล่ออก ปลดออก ให้เห็นว่าเราดำเนินการตามกฎหมายทุกประการสำหรับผู้กระทำความผิด แต่ก็ได้ย้ำเตือนไปแล้วว่าให้ระมัดระวังการไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะเดียวกันต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่อุทธรณ์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งตั้งต่างๆ ก็มีคณะกรรมการอุทธรณ์ เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบวินัยและลงโทษ หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถร้องเรียนมาเข้าคณะกรรมการอุทธรณ์ ซึ่งหลายเรื่องก็คืนความเป็นธรรมให้ เชื่อมั่นว่าคณะกรรมการทุกคณะได้ทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด ได้เน้นย้ำในที่ประชุมเรื่องใดก็ตามที่ประชาชนยังมีความสงสัยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องชี้แจงทำความเข้าใจไป และให้แก้ปัญหาเรื่องด่านตรวจ จุดสกัดต่างๆ ที่ประชาชนยังรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งนี้ยังมีวาระการแต่งตั้งกลางปีในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามกฎระเบียบของ ก.ตร. ซึ่งอย่าไปพูดให้เสียหายว่าเดี๋ยวจะมีการแต่งตั้งนอกวาระ วันนี้ทำตามกฎระเบียบทุกประการ

ด้านพล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำในที่ประชุม ให้ดูแลความสงบเรียบร้อยเรื่องการแสดงออกต่างๆ ของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนให้ถือว่าเป็นลูกหลานของเรา ให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลการแสดงออกต่างๆ เป็นไปตามกฎหมาย และใช้ความละมุนละม่อมอย่างที่สุด ให้ข้อแนะนำว่าสิ่งใดถูกกฎหมาย อะไรที่หมิ่นเหม่ พร้อมให้คำแนะนำการแสดงออกทางโซเชียลมีเดียซึ่งต้องระมัดระวัง ให้เตรียมความพร้อมรับนโยบายรัฐบาลกรณีไวรัสโควิด-19 ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมความพร้อม ได้ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดูแลเข้มข้นเป็นกรณีพิเศษ ประสานการปฏิบัติกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด
พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับในที่ประชุม ก.ตร. มีวาระเพื่อทราบหลายประเด็น ซึ่งเรื่องที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเรื่องวินัย อุทธรณ์ ต่างๆ ได้ย้ำว่า กรณีที่ข้าราชการตำรวจกระทำผิดไม่ว่ากรณีใด ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ยกตัวอย่างเรื่องดำเนินการทางวินัยมี 30 เรื่อง ไล่ออก 20 เรื่อง กรณีไล่ออกมีกลุ่มที่ละทิ้งหน้าที่ 2 ราย 12 ราย เกี่ยวพันกับยาเสพติด ส่วนที่เหลือคือต้องโทษในคดีอาญา เรื่องอุทธรณ์มีทั้งหมด 19 เรื่อง มี 13 เรื่องยกคำร้อง เพราะถือว่าได้กระทำความผิดจริง ซึ่ง ก.ตร. ในชุดนี้ถือเอาการกระทำความผิดเป็นตัวตั้ง
และมีวาระเรื่องการเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ มีการพิจารณาโควต้า 2 ขั้นย้อนหลังปี 2561 ให้กับผู้ดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 106 ราย, เลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษให้กับข้าราชการตำรวจกลุ่มที่จะผ่านการฝึกอบรมเพื่อคัดเลือกเป็นข้าราชบริพารในพระองค์ 605 นาย วาระเห็นชอบการกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจในสังกัดวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ รพ.ตร. เห็นชอบการกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจเพื่อรองรับการจัดตั้งศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลางในสังกัด บช.ศ.
วาระสุดท้ายเป็นวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจวาระเมษายน 2563 ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ยศ พล.ต.อ. แต่งตั้งจาก ผู้ช่วยผบ.ตร.ที่ครองตำแหน่งครบ 1 ปี จะเกษียณอายุราชการในอีก 6 เดือนข้างหน้า หรือ สิ้นปีงบประมาณ 2563 จำนวน 4 ตำแหน่ง, “ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร.” ยศ พล.ต.ท. เทียบเท่าผู้บัญชาการ แต่งตั้งจากรองผู้บัญชาการ ยศ พล.ต.ต. ที่ครองตำแหน่งครบ 1 ปี จะเกษียณในสิ้นปีงบฯ 2563 จำนวน 18 ตำแหน่ง และตำแหน่ง “ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร.” ยศ พล.ต.ต. เทียบเท่าผู้บังคับการ แต่งตั้งจากรองผู้บังคับการ ยศ พ.ต.อ. ที่ครองตำแหน่งครบ 5 ปี จะเกษียณอายุราชการในสิ้นปีงบฯ 2563 จำนวน 30 ตำแหน่ง ทุกรายเรียงตามอาวุโสทั้งหมด มีบางรายที่ต้องเสนอขออนุมัติงดเว้นคุณสมบัติไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอโปรดเกล้าฯต่อไป อีกส่วนเป็นการเสนอแต่งตั้งทดแทนผู้ที่ลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ มีรองผู้บัญชาการ 1 ราย และผู้บังคับการ 6 ราย ซึ่งจะแต่งตั้งพร้อมกันในวาระ 30 เมษายน ส่วนรายชื่อทั้งหมดยังไม่สามารถเปิดเผยได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการประชุม ก.ตร. ในวันนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่พยาบาลตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกายผู้เข้าร่วมประชุม ก.ตร. และผู้สื่อข่าวก่อนเข้าบริเวณ
อาคาร 1 ชั้น 1 ตร. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา วัดอุณหภูมิได้ 36.8 องศา ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. วัดอุณหภูมิได้ 36.7 องศา หลังจากนั้นทุกคนจะได้รับสติ๊กเกอร์ติดที่หน้าอกด้านซ้ายเพื่อบ่งบอกว่าผ่านการตรวจคัดกรองแล้ว


เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

