ตามรวบหนุ่มแสบหลอกขายหน้ากากทางเฟซบุ๊ก ซื้อไปแล้วไม่ส่งของกว่า 9.4 แสนบาท

5.03.20 | 15:06 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 5 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ธวัช ปิ่นประยงค์ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ., พ.ต.ท.ศุภศิษฏ์ อึ้งสุวรรณพานิช และ พ.ต.ต.อนันต์ บัวแก้ว สว.กก.1 บก.ปคบ. ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายวัชรวิทย์ สุภาษิต อายุ 27 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 313/2563 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2563 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, ประกอบธุรกิจดำเนินการใดๆ โดยจงใจที่จะทำให้ราคาสินค้าต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทำให้ปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้าหรือบริการ”

พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังนายวัชรวิทย์หลอกขายหน้ากากอนามัยผ่านเฟซบุ๊ก “Mask-หน้ากากอนามัย ราคาโรงงานปลีกส่ง” โดยจำกัดการขายหน้ากากครั้งละ 1-2 กล่อง ทั้งที่เพิ่งเปิดเพจเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีประชาชนกว่า 200 ราย ที่สั่งซื้อแล้วไม่ได้รับสินค้าจริง จนมีความเสียหายมูลค่ากว่า 9.4 แสนบาท ก่อนปิดเพจหนีไป ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน ก่อนขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ ต่อมาสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหามีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันติดตามหาตัวนายวัชรวิทย์ กระทั่งพบผู้ต้องสงสัยตำหนิรูปพรรณตรงกับข้อมูลที่รับแจ้งขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นนูโว สีชมพู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่บนถนนโรจนะ ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเชิญตัวไปที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา


สอบสวนให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่พบเส้นทางการเงินไปถึงบุคคลอื่นที่มีหมายจับคดีฉ้อโกง จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมสืบสวนขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ต่อไป

พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า ตำรวจ ปคบ.ได้ร่วมกับกรมการค้าภายใน สืบสวนจับกุมผู้ค้าหน้ากากอนามัยไม่ได้มาตรฐาน หรือขายเกินราคากำหนดผ่านทางอินเตอร์เน็ต มีผู้ต้องหารวม 50 ราย หน้ากาก 27,676 ชิ้น มูลค่ากว่า 2.8 แสนบาท และได้ตรวจร้านค้ากว่า 333 แห่ง ได้แจ้งข้อหาขายเกินราคาและไม่แสดงป้ายราคา ส่วนการกักตุนนั้นตำรวจไม่สามารถจับกุมได้ จึงประสานกระทรวงพาณิชย์เพื่อหารือการกำหนดจำนวนที่ประชาชนสามารถครอบครองหน้ากากอนามัยได้ จึงต้องรอผลสรุปก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ เริ่มมีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสหลอกขายหน้ากากอนามัยในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 เรียนว่าการกระทำดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับสูงสุด 1.4 แสนบาท หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1135 บก.ปคบ.

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน