ปธ.ศาลฎีกาเผยทีม’กรีนคอร์ท’จับมือกก.ปฎิรูปสิ่งเเวดล้อมร่างพ.ร.บ.วิธีพิจารณาความคดีสิ่งเเวดล้อม

5.03.20 | 17:29 น.

‘ไสลเกษ’ปธ.ศาลฎีกาเผยคณะทำงาน’กรีนคอร์ท’จับมือ คกก.ปฎิรูปสิ่งเเวดล้อม ร่างพ.ร.บ.วิธีพิจารณาความคดีสิ่งเเวดล้อม เสริมดาบตัดสินคดีสิ่งเเวดล้อม ชูอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลบภาพโดนตี”ป่าแหว่ง”เยียวยาพื้นที่สีเขียว

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมาที่ศาลจังหวัดภูเก็ต นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาได้ออกตรวจราชการศาลยุติธรรมในภาค 8 และร่วมรับฟังรายงานผลการดำเนินงานของคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยนางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะทำงานฯ เป็นผู้รายงานความคืบหน้า โดยมีการพูดคุยปรึกษาหารือข้อเสนอเเนะจากผู้พิพากษาในพื้นที่ภาค8 ถึงข้อสงสัยเเละข้อขัดเเย้งในการปฏิบัติงานรวมถึงความคืบหน้านโยบายด้านอื่นๆ

นายไสลเกษ กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องศาลสีเขียว (GREEN COURT )ว่าที่ผ่านมาเราอาจโดนโจมตีเรื่องสิ่งเเวดล้อมกรณีเรื่องบ้านป่าเเหว่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้สาธารณะสังคมเข้าใจผิดในจุดยืนของพวกเราพอสมควร มีคนโยงว่าศาลเป็นผู้ทำลายสิ่งเเวดล้อมเอง ตนคิดว่าเราต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อสาธารณสังคมจะเห็นว่าให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งเเวดล้อม เราต้องเป็นผู้นำในการสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดี กรีน คอร์ท ในที่นี้คือ ศาลจะช่วยกันปลูกต้นไม้ โดยมีจุดแข็งคือเราไม่ได้ทำไปเรื่อยเปื่อย มีพื้นที่ในการดูแลปลูกต้นไม้แล้วรักษาดูเเล ในอดีตนั้นหากจำได้ว่า ประเทศมีการรณรงค์ปลูกป่า ซึ่งมีคนไปปลูกจำนวนมาก เเต่กลายเป็นปลูกเเล้วทิ้ง จึงไม่เป็นผลสำเร็จ แต่พื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของเราหากเราปลูกต้นไม้ อย่างในจังหวัดภูเก็ตเราลองปลูก 500-1,000ต้น เเล้วอีกเกือบ300 กว่าศาลทั่วประเทศ ปลูกกัน ตรงนี้เป็นรูปธรรมที่เราจะทำได้จริง หากทุกศาลช่วยกัน ไม่ต้องทำใหญ่โต ทำเล็กๆ


“ขณะนี้เราได้ที่ที่ปากช่อง จ.นครราชสีมา 250ไร่ที่จะทำการสร้างสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ ซึ่งเรามีที่รัชดาภิเษกเเล้ว1ที่ เเต่บางหลักสูตรเราต้องไปอบรมที่ปากช่อง ในที่250ไร่เราจะต้องเเบ่งส่วนให้ประชาชนเพื่อลดความขัดเเย้งประมาณ50ไร่ อีก200ไร่ เราไว้ทำสถาบันอบรม โดยบริเวณที่เหลือเราจะทำลักษณะภูมิประเทศในการปลูกต้นไม้ ภายใน5ปีเราจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศไทย สิ่งนี้เป็นรูปธรรมในการรักษาสิ่งเเวดล้อม เเต่การรักษาสิ่งเเวดล้อมจะไม่ใช่เเค่การปลูกต้นไม้ เเต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด อย่างมีคุณค่า จะอยู่ในโครงการรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น หลังจากนี้คณะทำงานที่ได้รับมอบหมาย และสำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมกันเร่งดำเนินโครงการนี้ เราจะมีแผนการดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยคณะทำงานนี้ ทำงานร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปสิ่งเเวดล้อมประเทศไทย ยกร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความคดีสิ่งเเวดล้อมขึ้น ถ้ากฎหมายนี้สำเร็จ ศาลจะเป็นผู้ใช้กฎหมายจัดการกับคดีประเภทนี้ได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพเยียวยาฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมได้รอการเสนอต่อรัฐบาลเพื่อนำเข้าสภาผ่านเป็นกฎหมายต่อไป”นายไสลเกษกล่าว

Advertisement