จากกรณี น.ส.ศศินา พิมพ์แพง วัย 18 ปี หรือ ‘น้องหนูนา’ ป่วยมะเร็งที่หัวไหล่ขวาต้องแบกรับน้ำหนัก 1 กิโลกรัมทำให้ได้รับความเจ็บปวดเป็นอย่างมากจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคมเป็นต้นมา โชคดีที่เหล่าผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือจนมียอดในบัญชีสูงกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่แพทย์แถลงว่าอาการของน้องหนูนาป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว หากญาติจะนำตัวส่งไปรักษาที่กรุงเทพฯ ก็แล้วแต่ความประสงค์
ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ก.ค. เวลา 21.30 น. น.ส.ฐิติมา พิมพ์แพง วัย 26 ปี พี่สาวน้องหนูนา กล่าวถึงความคืบหน้าของอาการว่า อาการปวดหลังเลือดทะลักจากบาดแผลตลอด 4 วัน แพทย์ได้เติมเลือดกรุ๊ปโอไป 5 ถุง ฉีดยาแก้ปวดครั้งละ 4 ซีซี อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้น้องสาวเริ่มรับประทานอาหารได้นิดหน่อยแต่ยังร้องไห้เพราะปวดมาก ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ก.ค. มีแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โทรศัพท์ติดต่อกับพยาบาลโรงพยาบาลนครพนมว่า จะรับอนุเคราะห์รักษาน้องหนูนาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สร้างความปลาบปลื้มดีใจให้แก่ครอบครัวตน รวมทั้งน้องหนูนาก็ได้มีรอยยิ้มและมีโอกาสรักษาในโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือทันสมัยตามความประสงค์ผู้บริจาค
น.ส.ฐิติมา ยังกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า หลังจากทราบข่าวน้องสาวเริ่มมีความหวัง หน้าตาสดชื่นขึ้นกว่าทุกวัน ทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ผู้อำนวยการ รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนง ตลอดจนผู้ใจบุญทั่วประเทศที่ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือรักษา จนทำให้ยอดเงินโอนเข้าหมายเลขบัญชี เลขที่ 4911-1-2984-5 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาแหลมฉบัง ล่าสุดในวันนี้ยอดสูง 1,100,000 แสนบาท และบัญชีธนาคารที่เปิดใหม่ธนาคารกสิกรไทย สาขานครพนม ชื่อบัญชี น.ส.ศศินา พิมพ์แพง เพื่อรักษาโรคมะเร็ง หมายเลขบัญชี 014-3-53614-9 มีเงินเข้า 5,600 บาท
ทั้งนี้ในเวลาเดียวกันแพทย์ได้ทำการเคลื่อนย้ายน้องหนูนาขึ้นรถกู้ชีพ รพ.นครพนม เพื่อนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ซึ่งเป็นศูนย์มะเร็งแบบครบวงจร คาดว่าจะใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง ก่อนจะถึงจุดหมายในรุ่งเช้าวันที่ 7 ก.ค. โดยมีพยาบาลจากรพ.นครพนม 2 ราย พร้อม น.ส.ศศินา พี่สาวน้องหนูนาและญาติ ร่วมนั่งไปในรถตู้คันดังกล่าวด้วย


