ถึงแม้สถิติการตายจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) จะมีสัดส่วนที่น้อยกว่าซาร์สหลายเท่านัก แต่ทั่วโลกก็กำลังผวาถึงกับตั้งป้อมกีดกันไม่ให้คนประเทศนั้นประเทศนี้เดินทางเข้าประเทศตัวเอง
ที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งก็คือ “ไทย” เป็น 1 ในลำดับต้นๆ ที่ถูกตั้งข้อรังเกียจอย่างกว้างขวางทั้งๆ ที่ตัวเลข ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยนั้นถือว่า “น้อยมาก” ไม่ติดท็อปเท็น
ล่าสุด “จีน” ยังคงเป็นอันดับ 1 มีผู้ติดเชื้อ 80,282 คน อันดับ 2 เกาหลีใต้ 5,621 คน อันดับ 3 อิหร่าน 2,922 คน อันดับ 4 อิตาลี 2,502 คน อันดับ 5 เรือไดมอนด์ปรินเซส 706 คน อันดับ 6 ญี่ปุ่น 303 คน อันดับ 7 ฝรั่งเศส กว่า 200 คน อันดับ 8 สเปน เกือบ 200 อันดับ 9 อเมริกา 128 และอันดับ 10 ฮ่องกง ก็กว่า 100
ไทยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แค่ 43 คน ตาย 1 คน
จีนตายเกือบ 3 พันคน อิหร่านตายเกือบ 100 อิตาลีตายกว่า 70 เกาหลีใต้ตายกว่า 30 คน
เหตุใดหลายประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาจึงตั้งข้อรังเกียจกับไทยในลำดับต้นๆ
หรือไทยยังไม่มีวิธีการสกัดกั้นการแพร่ระบาดที่มีมาตรฐานพอ
ยิ่งเมื่อเกิดปรากฏการณ์ “ผีน้อย” หรือแรงงานไทยที่ผิดกฎหมายราว 5 พันคน เข้ารายงานตัวกับทางการเกาหลีใต้เพื่อขอเดินทางกลับประเทศไทย ทั่วโลกก็ยิ่งเพ่งมองไทยว่าจะมี “วิธีรับมือ” ชนิดเข้มข้นเฉียบคมอย่างไร
ทั้งโลกกำลังตื่นตัวและตื่นกลัวไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ที่ระบาดลุกลามจนยอดผู้ป่วยพุ่งขึ้นเกือบ 1 แสนคน
ความตื่นกลัวโรคระบาดอย่างมีสติแตกต่างกับการเหยียดเชื้อชาติสีผิว
“ความตื่นกลัว” ต้องการเห็นความมุ่งมั่นและความสามารถในการจัดการ ตรงนี้ดูเหมือนรัฐบาลไทยจะยังไม่มีความเข้าใจที่ดีพอ เมื่อ 2 เดือนล่วงผ่านไปแล้ว นายกรัฐมนตรีจึงเพิ่งเซ็นคำสั่งจัดตั้ง “ศูนย์ข้อมูล COVID-19”
ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ยังคงดีแต่คุยเพลินว่า “ยืนยันตอนนี้ยาพร้อม หมอพร้อม ห้องพยาบาลพร้อม การคัดกรองเข้มข้น อุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทุกอย่างพร้อม”
ต่างจากโลกของความจริงที่โรงพยาบาลไม่พร้อม หมอพยาบาลขวัญตก อุปกรณ์เวชภัณฑ์ทุกด้านซึ่งเปรียบเสมือนระบบส่งกำลังบำรุงก็ไม่พร้อม !?!!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

