เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของเฟซบุ๊ก “Anutchakorn Ngokkham” ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ โพสต์กักตัวเองภายในบ้าน 15 วัน หลังจากกลับมาจากประเทศเกาหลี โดยข้อความที่เขียนติดไว้หน้าบ้าน ว่า เรียน ญาติโกโหติกา คุณยายผมและตาลาศ เนื่องจากหลานสาวเพิ่งกลับจากเกาหลี ต้องกักตัว 15 วัน ห้ามใครเข้าบ้านโดยพลการ และเรียนเพื่อนๆ ที่รักของด๋อย รักกู คิดถึงกู แต่ไม่ต้องมาหากูนะคะ ถ้าจะใจดี ซื้อแค่ตำบักหุ่งนัวๆ มาห้อยไว้ประตูรั้วก็พอค่ะ ห้ามเข้า 7 มี.ค.-21 มี.ค.2020 ด้วยรักและห่วงใยทุกคน ด.ญ.กุ๊กกิ๊กคนที่น่ารักที่สุดใน อ.เซกา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวเน็ตแชร์ และแสดงความคิดเห็น พร้อมให้กำลังใจจำนวนมาก เช่น ทำถูกต้องก็น่าชื่นชม ขอบคุณที่เป็นตัวอย่างที่ดี, นี่แหละครับ ที่สังคมต้องการ, ชอบๆๆ คนแบบนี้สิน่ารัก ตัวอย่างที่ดีของสังคม, น่ารักมากค่ะ ขอยกย่องว่าเป็นคนดี เป็นต้น

ล่าสุดเช้าวันนี้เจ้าตัวเพิ่งตื่นพร้อมกับโพสต์วัดไข้โชว์ผ่านเฟซว่า Day1 09:19 วัดไข้ตอนตื่นนอนนะคะ 36.8 วันนี้ไม่มีไข้ค่ะเดี๋ยวรายงานแบบเรียลไทม์ให้ดูได้เลยค่ะ ว่าไม่ออกบ้านแน่นวน เดี๋ยวกลับไปเติมเนตฟลิก

ส่วนอีกคลิปโพสต์วานนี้ เป็นภาพที่น้องชายนำอาหารมื้อแรกมาให้ทาน, เด็กส่งข้าวส่งน้ำต้องกินข้าวคนเดียวไปอีก 15 วัน เหงาน่าดู กับข้าววันแรก ข้าวขาหมู เชื่อใจกัน ดูแลกันอย่างดีฮะบ้านเรา แค่xอย่าติดเชื้อก็พอ ❤️❤️
นางวรัชยา เข็มเพชร อายุ 40 ปี หรือน้าแหม่ม อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 10 บ้านเซกาใต้ อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกับน้องกุ๊กกิ๊ก หรือ น.ส.อณัชฌากรณ์ งอกคำ เจ้าของเฟซบุ๊ก Anutchakorn Ngokkham ให้สัมภาษณ์มติชน ว่า น้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ล่าสุดเพิ่งกลับจากเกาหลี ซึ่งบริเวณที่น้องอยู่ ไม่มีการระบาดของโรค พอได้ยินข่าวว่ามีการระบาดก็ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับมาบ้าน โดยผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิสแกนความร้อนของร่างกาย ซึ่งก่อนที่น้องจะเดินทางมาถึง ทางเราได้แจ้งไปทางสาธารณสุขอำเภอแล้ว ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำให้น้องกักตัวอยู่คนเดียวภายในบ้านก่อน 14 วัน หากมีเด็กผู้สูงอายุ ก็ให้แยกออกไปอยู่ห่างๆ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ก็อยู่ในห้องของน้องอยู่แล้ว ส่วนห้องน้ำก็ให้น้องใช้เพียงคนเดียว ภาชนะจานชามที่ใส่อาหาร ก็ให้น้องกินแล้วก็ล้างวางไว้ ไม่ให้ใครไปแตะต้อง พอใช้เสร็จครบกำหนดกักตัว ก็จะต้องฆ่าเชื้อและนำไปทิ้ง ส่วนการวัดไข้จะให้น้องวัดทุกๆ 4 ชั่วโมง

ทางญาติก็จะดูแลตัวเองไม่พยายามเข้าไปใกล้ห้องที่น้องอยู่ หากเข้าไปก็จะปิดหน้าปิดจมูกเข้าไป มีเจลล้างมือไว้ตลอด ส่วนเพื่อนบ้านข้างเคียงก็แจ้งทุกหลังแล้วว่าจะมีหลานกลับมาจากเกาหลี และเราก็เตรียมมาตรการและบอกกับทุกคนว่าอย่ามาเข้าใกล้บริเวณบ้านหลังนี้ อย่างหลานก็ให้ไปอยู่กับป้าอีกหลังหนึ่ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

