หน้าแรก ในประเทศ กองปราบรวบสอง...

กองปราบรวบสองผัวเมีย ตุ๋นรับบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง สารภาพหาเงินใช้หนี้นอกระบบ

8.03.20 | 10:38 น.

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป. และตำรวจ กก.4 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายสำรอง (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี และ น.ส.วิไลลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงปทุมวัน ที่ 5-6/2563 ลงวันที่ 23 มกราคม 2563 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง โดยจับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่าน ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งกระดูกคาง, มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม เข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองบังคับการปราบปรามว่าถูกนายสำรองและ น.ส.วิไลลักษณ์ หลอกลวงให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของนายสำรองและ น.ส.วิไลลักษณ์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก สูญเงินกว่า 419,490 บาท โดยถูกหลอกผ่านการโทรศัพท์และแชตข้อความทางเฟซบุ๊ก แอบอ้างเป็นแอดมินเพจจิตอาสาเพื่อเด็กและสังคม

โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ได้มีผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือผู้เสียหายและลูกสาว ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งคู่ผ่านทางเพจจิตอาสาเพื่อเด็กและสัมคม และได้รับเงินบริจาคช่วยเหลือจากผู้ใจบุญหลายแสนบาท ต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองเห็นช่องทางในการหาเงินจึงได้ใช้วิธีการแอบอ้างเป็นแอดมินเพจจิตอาสาเพื่อเด็กและสังคมโทรศัพท์หลอกผู้เสียหายให้ช่วยบริจาคเงินเพื่อไถ่ชีวิตโค กระบือ และบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่จังหวัดขอนแก่น ผู้เสียหายหลงเชื่อคิดว่าเป็นแอดมินเพจจิตอาสาเพื่อเด็กและสังคมจึงได้โอนเงิน จำนวน 419,490 บาท ไปยังบัญชีเงินฝากของผู้ต้องหาทั้งสอง จากนั้นผู้เสียหายได้ติดต่อไปยังแอดมินเพจจิตอาสาเพื่อเด็กและสังคมว่าได้โอนเงินบริจาคไปแล้ว แต่ทางแอดมินเพจดังกล่าวแจ้งว่าไม่ได้มีการรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่จังหวัดขอนแก่น และไม่ได้รับบริจาคเงินเพื่อไถ่โค กระบือ แต่อย่างใด ทางแอดมินเพจดังกล่าวจึงบอกกับผู้เสียหายว่าถูกมิจฉาชีพหลอก จากนั้นผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองกระทั่งศาลออกหมายจับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่านายสำรองและ น.ส.วิไลลักษณ์ เป็นสามีภรรยากัน พักอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี จึงได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งวันที่ 7 มีนาคม 2563 สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจนทราบว่า น.ส.วิไลลักษณ์เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาแล้วเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2561 ซึ่งตอนนั้น น.ส.วิไลลักษณ์ได้หลอกลวงผู้เสียหาย โดยแอบอ้างเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ฉบับหนึ่ง และแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยเหลือเด็กและสตรี หลอกลวงผู้ทุกข์ยากให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของตน โดยมีผู้เสียหายสูญเงินไปนับแสนบาทเช่นเดียวกัน เป็นการซ้ำเติมผู้ทุกข์ยาก

นายสำรองและ น.ส.วิไลลักษณ์ รับว่าตนเป็นหนี้เงินกู้นอกระบบ ไม่มีเงินมาชำระหนี้และต้องการนำเงินมาชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้นอกระบบ จึงต้องใช้วิธีการเดิมในการหลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ทุกข์ยาก เนื่องจากเป็นวิธีการที่ง่ายและได้เงินทันที และเมื่อได้เงินจำนวนดังกล่าวแล้วก็จะนำเงินไปใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้นอกระบบ

ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้ฝากเตือนประชาชนที่อาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ว่าอย่าหลงเชื่อพวกมิจฉาชีพทางเฟซบุ๊ก ควรจะตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะโอนเงินให้กับใครหรือหน่วยงานใด จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพเหมือนกับตนอีก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน