เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานแถลงจัดตั้งศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ของกระทรวงแรงงาน

ม.ร.ว.จัตุมงคล แถลงว่า ศูนย์ข้อมูลฯ ดังกล่าว จัดตั้งขึ้นที่ห้องแสงสิงแก้ว ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงแรงงาน (War Room) ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี จะเปิดและปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 มีนาคมนี้ โดยศูนย์ฯ มีหน้าที่และอำนาจในการรวบรวมและประสานข้อมูลจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ ทั้ง 13 แห่ง และหน่วยงานอื่นของภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง สำรวจฐานข้อมูลสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ผู้ประกอบการสายการบิน ธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก เป็นต้น วางมาตรการในการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการ นายจ้าง ลูกจ้าง เช่น หาตำแหน่งงานว่าง พัฒนาทักษะฝีมือ ให้สิทธิประโยชน์ และการคุ้มครอง ตามกฎหมายแรงงาน ประสานข้อมูลที่เกี่ยวข้องของกระทรวงแรงงาน กับหน่วยงานภาครัฐ รัฐบาล ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) สำนักโฆษก เป็นต้น
ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวถึงมาตรการป้องกันและเยียวยาลดผลกระทบของกระทรวงแรงงานในการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 ว่า ในส่วนของแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคโควิด -19 กระทรวงแรงงาน โดย กรมการจัดหางาน (กกจ.) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) สอนทำหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือแก่ผู้ใช้แรงงานและประชาชนทั่วไป ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ผู้ใช้แรงงานและประชาชนทั่วไปรู้จักวิธีการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งในและนอกประเทศ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แจ้งให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ร่วมมือกับสถานประกอบการ/นายจ้าง เพื่อสำรวจลูกจ้าง หากพบว่ามีการเจ็บป่วยจะต้องประสานส่งต่อเพื่อเข้ารับการรักษาในทันที และด่านตรวจคนหางาน กกจ. ณ สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อคัดกรองแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
“ส่วนมาตรการในการลดผลกระทบในระยะต่อไป กระทรวงแรงงาน มีโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สปส.และธนาคารพาณิชย์ โดยให้สถานประกอบกิจการยื่นขอสินเชื่อในดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด วงเงิน 30,000 ล้านบาท สิ้นสุดโครงการเดือนธันวาคม 2563 การปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในส่วนของนายจ้างและผู้ประกันตน ปี 2563 6 เดือน จากร้อยละ 5 ของค่าจ้าง เป็นร้อยละ 4 ของค่าจ้าง แต่รัฐบาลยังคงจ่ายร้อยละ 2.75 เท่าเดิม จัดหางาน ตำแหน่งงานว่าง 81,562 อัตรา และจ้างบัณฑิตจบใหม่มาเป็นผู้ประสานงานโครงการของกระทรวงแรงงานในระดับพื้นที่ ฝึกอาชีพและจ้างงานเร่งด่วน เป้าหมายรวม 16,790 คน ปี 2563 คงเหลือ งบประมาณ 30.89 ล้านบาท จำนวน 863 หลักสูตร ส่งเสริมให้สถานประกอบการพัฒนาฝีมือแรงงานพนักงานโดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เงินกู้และเงินอุดหนุนจากกองทุนฯ” ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าว

