กรมน้ำบาดาล เฮเจอแหล่งน้ำใหม่ แอ่งภูทอก สกล-อุดร-โคราช-อุบล 8 ล้านไร่ พร้อมอีกแหล่งใต้ทะเลลึก ฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่ ตัวกอ ยาวจรดภาคใต้ เตรียมเจาะช่วยชาวบ้าน ทส.จัดคาราวานลุยแจกน้ำ อุทัยธานี เผย แล้งสุดในรอบ 30 ปี ก่อนกระจายน้ำทั่วประเทศ วราวุธสั่งระดมเครื่องมือทันสมัย เจาะบ่อให้ลึกเกิน พันเมตร
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวานรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน ณ อ่างเก็บน้ำห้วยคลองเตย ต.เจ้าวัด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี
นายวราวุธ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนว่า ต้องให้ทุกชุมชนทุกหมู่บ้านในประเทศไทยเข้าถึงน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค แต่เนื่องจากสถานการณ์น้ำต้นทุนในแหล่งน้ำผิวดินปัจจุบัน หลายพื้นที่ไม่สามารถจัดหาน้ำผิวดินได้ โดยเฉพาะพื้นที่หมู่บ้านห่างไกลการเข้าถึงแหล่งน้ำ ดังนั้น น้ำบาดาลจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งปัจจุบันมีการนำน้ำบาดาลมาใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และเพื่ออุตสาหกรรม ประมาณ 15,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีเท่านั้น ยังคงเหลือปริมาณน้ำบาดาลที่กักเก็บอยู่ใต้ดินและสามารถนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้อีกถึง 30,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

“การให้ความช่วยเหลือประชาชนเพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาภัยแล้งในปี 2563 ทส.ได้เร่งรัดให้กรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตาม โครงการ อย่างเต็มประสิทธิภาพ และดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อทำการเกษตรอย่างเพียงพอ สำหรับการเดินทางมาพบปะประชาชนชาว อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานีในวันนี้ ก็เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่า รัฐบาล มีความห่วงใยประชาชนผู้ประสบปัญหาภัยแล้ง พร้อมให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงต้องการสร้างการรับรู้ความเข้าใจ และอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านการจัดหาน้ำสะอาดตามภารกิจของทส.”นายวราวุธ กล่าว
นายวราวุธ ให้สัมภาษณ์ว่า การมา จ.อุทัย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของคาราวานที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยแล้ง เพราะ จ.อุทัย เป็นพื้นที่ที่แล้งที่สุดในีอบ 30 ปี ขนาดน้ำตกไซเบอร์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งที่ทุกปีที่ผ่านมาน้ำไม่เคยแห้งเลย แต่สันนี้กลับไม่มีน้ำเลย สาเหตุเพราะป่าถูกเผา ถ้าสถานการณ์ยังเป็นเล่นนี้ เขื่อนศรีนครินทร์ ที่มีน้ำมากที่สุดเพราะมีป่าตะวันตกที่สมบูรณ์ก็จะไม่มีน้ำ คาราวานแก้แล้งของ ทส.จะไปช่วยประชาชนใน 8 อำเภอ จากนั้นก็จะกระจายไปที่อื่นๆที่ประสบภัยแล้งทั่วประเทศต่อไป

ด้าน นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า การจัดกิจกรรมปล่อยคาราวานรถบรรทุกน้ำในวันนี้ ก็สืบเนื่องมาจากเมื่อปลายปี 2562 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2563 มีการคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะประสบปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่ เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่เคยตกเป็นปกติถึง 1,500 มิลลิเมตรต่อปี จะมีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาเพียง 800 มิลลิเมตรต่อปีเท่านั้น และปัจจุบัน กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) แล้ว จำนวน 22 จังหวัด ซึ่งจ.อุทัยธานีก็เป็น 1 ใน 22 จังหวัดดังกล่าว ที่กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเจาะบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่จ.อุทัยธานี รวม 52 แห่ง หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด จะมีประชาชนได้รับประโยชน์รวม 400 ครัวเรือน หรือ 1,190 คน มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 300 ไร่ และจะมีปริมาณน้ำต้นทุนรวม 1,170,300 ลูกบาศก์เมตรต่อปี

นายศักดิ์ดา กล่าวว่า ส่วนโครงการสำคัญในภาพรวมของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ประจำปีงบประมาณ 2563 มีแผนเจาะบ่อน้ำบาดาลเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 2,029 แห่ง คิดเป็นจำนวนบ่อน้ำบาดาลรวม 2,188 บ่อ ขณะนี้ได้ดำเนินการเจาะบ่อน้ำบาดาลเสร็จสิ้นไปแล้ว จำนวน 680 บ่อ คงเหลืออีกจำนวน 1,508 บ่อ ซึ่งเมื่อทุกโครงการดำเนินการเสร็จสิ้นหมดเรียบร้อยแล้ว จะมีประชาชนได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 296,872 ครัวเรือน มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 63,200 ไร่ และจะมีปริมาณน้ำรวมไม่น้อยกว่า 206 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
“มีเรื่องน่ายินดีที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล พบเมื่อเร็วๆนี้ คือ การค้นพบแหล่งน้ำบาดาลแหล่งใหม่ 2 พื้นที่ ในภาคอีสาน และภาคใต้ โดยภาคอีสาน พบ 2 พื้นที่ ครอบคลุมพื้นที่ 8 ล้านไร่ คือ พื้นที่ ภูทอก สกลนคร-อุดรธานี เป็นแหล่งน้ำบาดาลคุณภาพสูง สำรวจพบน้ำบาดาลประมาณ 13,500 ล้าน ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) และพื้นที่อุบลราชธานี-นครราชสีมา พบศักยภาพน้ำ 9,500 ล้านลบ.ม. รวม 2 แหล่งจะมีน้ำ 23,000 ล้าน ลบ.ม. และแหล่งน้ำบาดาลในบริเวณอ่าวไทยรูปตัวกอ ถือเป็นแหล่งน้ำจืดแห่งใหม่ที่ประเทศไทยไม่เคยเจอมาก่อน ได้รายงานให้นายวราวุธทราบ และเตรียมจะสำรวจเพิ่มเติมแล้ว”นายศักดิ์ดา กล่าว
นายเกรียงศักดิ์ ภิระไร ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า จากเดิมที่มีการเจาะน้ำบาดาลแล้วเจอน้ำกร่อย ก็ไม่กล้าจะเจาะอีก เพราะคิดว่า พื้นที่บริเวณนั่น ไม่น่าจะมีน้ำบาดาลจืดอีกแล้ว แต่เมื่อมีเทคโนโลยีการขุดเจาะ และการสำรวจที่ทันสมัยมากขึ้นมีองค์ความรู้มากขึ้น พบว่าบางพื้นที่ ที่ไม่คิดว่าจะเป็นแหล่งศักยภาพน้ำบาดาลมาก่อนกลับมี โดยเฉพาะแหล่งภูทอกที่ความลึก 150-450 เมตร กลับมีแหล่งน้ำบาดาลที่มีคุณภาพดังกล่าว โดยเฉพาะที่ความลึกเฉลี่ย 150-250 เมตร ซึ่งแหล่งภูทอกนี้จะเป็นพื้นที่สำคัญมากหลังจากนี้สำหรับการนำน้ำบาดาลออกมาให้บริการประชาชน
นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับน้ำบาดาลใต้ทะเล ในพื้นที่อ่าวไทย ก็ถือเป็นแหล่งน้ำบาดาลแห่งใหม่ ซึ่งเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อน้ำทะเลบริเวณดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อประมาณ 10,000 ปี ที่ผ่านมา โดยล่าสุดกรมทรัพยากรน้ำบาบาลสำรวจพบว่าลุกลงไปจากชั้นดินใต้ทะเลประมาณ 300-500 เมตร จะมีแหล่งน้ำจืดที่เป็นน้ำคุณภาพชั้นดีอยู่จำนวนมาก ซึ่งนี่จะเป็นแหล่งน้ำแห่งใหม่สำหรับคนไทยให้ได้อุปโภคบริโภคกัน
“ดินใต้ทะเลไทยประมาณ 50 เมตรจะเป็นชั้นเินเหนียวหนาวประมาณ 25 เมตร ถัดไปเป็นดินทรายอีกประมาณ 25 เมตร สลับกันเช่นนี้ ราว 8-10 ชั้น หลังจากนั้นก็จะเป็นชั้นน้ำจืด ซึ่งสะอาด และมีคุณภาพสูงมาก หากมีการขุดเจาะขึ้นมาใช้ น้ำจากพื้นที่บริเวณนี้จะถือเป็น ไฮ โปรดัคส์(hihgt produce) เลยทีเดียว เพราะเป็นน้ำสะอาด ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 10,000 ปี”นายเกรียงศักดิ์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

