หน้าแรก ในประเทศ บูมเที่ยวชุมช...

บูมเที่ยวชุมชน สู้พิษ ‘โควิด-19’

10.03.20 | 08:26 น.

บูมเที่ยวชุมชน สู้พิษ ‘โควิด-19’

 


อาจเรียกว่า ล้มทั้งยืนŽ ก็ได้ สำหรับภาคการท่องเที่ยวของไทย หลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มจากเมืองอู่ฮั่นของจีน ก่อนจะขยายวงกว้างไปยังเกือบทุกภูมิภาคของโลก

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
 

Advertisement

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานสถิติของนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าไทยว่า ช่วงต้นปีก่อนที่รัฐบาลจีนจะประกาศปิดเมืองอู่ฮั่น อัตรานักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้น 2%

แต่หลังประกาศปิดเมืองอู่ฮั่น นับเวลาจนถึงสิ้นกุมภาพันธ์ 2563 นักท่องเที่ยวที่เข้าไทยมีอัตราลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 มากกว่า 40% โดยประเทศที่ลดลงมากสุดคือจีน ตัวเลขก่อนปิดเมืองอู่ฮั่น คนจีนเข้าไทยเพิ่มขึ้น 14% หลังประกาศปิดเมือง คนจีนเข้าไทยลดลง 80% ขณะที่ชาติอื่นลดลงเช่นกัน

คาดการณ์กันว่าไทยจะเสียโอกาสจำนวนนักท่องเที่ยวหายไปตลอดปี 2563 ประมาณ 6 ล้านคน คือจะมีนักท่องเที่ยวไทยตลอดปีนี้เหลือประมาณ 33 ล้านคน ลดลงจากปี 2562 ที่มีจำนวน 39.8 ล้านคน ใกล้เคียงปี 2559 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยประมาณ 32.5 ล้านคน ส่วนผลกระทบต่อรายได้ ททท.คาดว่าจะสูญเสียรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาทเลยทีเดียว

ยุทธศักดิ์ ศุภสร ผู้ว่าการ ททท. แสดงความเห็นว่า ตอนนี้ภาคการท่องเที่ยวไทยเจอวิกฤตหนัก จนไร้ทิศทางที่จะเดินหน้าสร้างรายได้เข้าประเทศ แนวทางที่เหมาะที่สุดในเวลานี้คือ การกระตุ้นให้คนไทยหันมาเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ รูปแบบไทยเที่ยวไทย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้นทดแทนรายได้ที่หายไปจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ผู้ว่าการ ททท.ยังมองว่า ภาครัฐควรออกมาตรการจูงใจให้เกิดการท่องเที่ยวในกลุ่มคนที่ยังมีศักยภาพในการใช้เงิน จะช่วยให้มีเม็ดเงินลงไปหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งแน่นอน

สอดรับกับภาคอุตสาหกรรม อย่าง สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่ฝากถึงภาครัฐให้ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านเครื่องมือภาษี เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ

ล่าสุดแม้จะยังไม่มีมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวออกมาแบบปังๆ แต่หน่วยงานกำกับท่องเที่ยวอย่าง ททท.ก็เริ่มเดินสายจับมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อแก้วิกฤต

เมื่อส่องดูมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวของภาครัฐ นอกจากหน่วยงานรับผิดชอบหลักอย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีแคมเปญคุ้นหูในช่วงที่ผ่านมาคือ สนับสนุนการท่องเที่ยวในเมืองรองแล้ว ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ล่าสุด มีมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวเช่นกัน ผ่านนโยบายเกษตรอุตสาหกรรม ที่ใช้ผลผลิตทางการเกษตรสร้างสินค้าภายในชุมชน เป็นตัวสร้างแรงดึงดูดให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงกับโครงการยกระดับหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (ซีไอวี)

ซีไอวีŽ เป็นโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปี 2562 พัฒนาไปแล้ว 215 หมู่บ้าน สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนรวม 1,000 ผลิตภัณฑ์ พัฒนาผู้นำชุมชน ทายาท และผู้ประกอบการรวม 1,800 ราย เกิดแหล่งท่องเที่ยวชุมชน สินค้าและบริการสำหรับนักท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมาได้จัดทำคู่มือการท่องเที่ยวและสร้างการรับรู้หมู่บ้านซีไอวี รูปแบบแอพพลิเคชั่นชื่อ CIV LikeŽ

สำหรับปี 2563 ตั้งเป้าหมายพัฒนา ซีไอวีŽ ทั่วประเทศ เป็น 247 หมู่บ้าน รูปแบบพัฒนาคือการส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และศักยภาพด้านการบริหารจัดการชุมชนและการนำอัตลักษณ์ หรือจุดเด่นของชุมชน มาประยุกต์สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ ที่เป็นของฝากของที่ระลึกและบริการชุมชนในด้านต่างๆ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การท่องเที่ยววิถีชุมชน วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง

รวมทั้งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนให้สามารถขยายเครือข่าย บริหารจัดการธุรกิจชุมชนและเข้าถึงช่องทางการตลาด การเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ วิถีชีวิต อัตลักษณ์ชุมชนผ่านสื่อทั้งออนไลน์ และออฟไลน์

ได้สอบถาม ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ในฐานะหน่วยงานผู้บุกเบิกซีไอวี ให้ข้อมูลว่า ซีไอวี คือ โครงการยกระดับสินค้าอุตสาหกรรมในชุมชน ที่เน้นการใช้เสน่ห์ในท้องถิ่นในการขับเคลื่อน ขณะเดียวกันก็มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ราคาไม่แพงแต่ถูกหลักวิชาการ มีขนาดการผลิตที่เหมาะสม สอดคล้องกับความสามารถในการบริหารจัดการ

เราจะใช้ท่องเที่ยวเป็นหัวขบวน เพื่อดึงให้คนไปเที่ยวในซีไอวี และในซีไอวีจะมีสินค้า ซึ่งเกิดจากการสนับสนุนด้านเกษตรอุตสาหกรรมให้กับชุมชน เพราะสิ่งที่ได้จากการท่องเที่ยวคือที่พัก อาหาร ของฝาก และกิจกรรมสันทนาการ โดยของฝากในแต่ละหมู่บ้านจะเป็นจุดแข็งที่กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวอยากเข้าไปซื้อ นอกจากการท่องเที่ยวชมธรรมชาติและอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชนŽ อธิบดี กสอ.ระบุ

การส่งเสริมด้านการแปรรูปเกษตรแบบเกษตรอุตสาหกรรม สร้างผลิตภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้น กสอ.จะร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดึงเกษตรกรในระบบมาจับคู่กับเอสเอ็มอีที่ กสอ.ดูแล

จากนั้นจะให้ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้วัตถุดิบของเกษตรกร ซึ่ง กสอ.จะเน้นวัตถุดิบที่เอสเอ็มอี มีความต้องการแต่การผลิตวัตถุดิบไม่เพียงพอ อาทิ ผักโขม หรือปลาสวยงาม เพื่อให้เอสเอ็มอีช่วยนำมาต่อยอด สร้างประโยชน์ให้กับทั้งเอสเอ็มอีและเกษตรกรเอง

ขณะเดียวกัน กสอ.จะร่วมกับ ททท.สนับสนุนชุมชน โดยเฉพาะซีไอวีที่มีจุดเด่นอยู่แล้ว โดยให้ ททท.ทำหน้าที่สนับสนุนด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นตลาด เพราะ ททท.มีกลุ่มลูกค้าในมือ ขณะที่ กสอ.จะเป็นผู้พัฒนาพื้นที่ พัฒนาสินค้า จากเกษตรอุตสาหกรรม เกิดระบบนิเวศทั้งภาคการผลิต ภาคบริการ และการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างแท้จริงŽ อธิบดี กสอ.สรุป

การท่องเที่ยว ซีไอวีŽ เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาพิษร้ายจากโควิด-19 ได้บ้าง