‘โควิด-19’ เปลี่ยนทิศทางแพร่ระบาดสู่ยุโรปแล้ว สธ.แนะ ควรศึกษาข้อมูลก่อนเดินทาง
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัด สธ. พร้อมด้วย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019
นพ.ยงยศกล่าวว่า แรงงานไทยนอกระบบจากเกาหลีใต้ที่ฐานทัพเรือสัตหีบมีทั้งหมด 188 ราย เป็นชาย 88 ราย หญิง 100 ราย ในจำนวนนี้มาจากเมืองแทกูและคย็องซังเหนือ 8 ราย มีกลุ่มดูแลพิเศษ 20 ราย เป็นหญิงตั้งครรภ์ 5 ราย เด็กเล็ก 4 ราย มีโรคประจำตัว 11 ราย ผลการคัดกรองไม่พบผู้อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ทั้งหมดไม่มีไข้ และในการประกาศให้โรคไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคิดต่อต่อ พ.ศ.2558 และได้ประกาศเขตติดโรคนอกราชอาณาจักรจำนวน 4 ประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้เดินทางมาจากพื้นที่ระบาด หากพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคก็จะนำเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาล (รพ.) ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการป่วยก็จะต้องกักกันตนเอง 14 วัน ตามความเหมาะสมตามที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคพิจารณา ทั้งการกักกันตนเองอยู่ที่บ้าน (Home Quarantine) การกักกันอยู่ในพื้นที่ที่รัฐบาลกำหนด (State Quarantine) และสำหรับการกักกันในพื้นที่กำหนด (Local Quarantine) หากฝ่าฝืนก็จะมีโทษตามกฎหมาย
นพ.ยงยศกล่าวว่า ในกรณีของแฮชแท็ก #Saveหมอโอ๊ต จากการตรวจสอบพบว่า เป็นแพทย์จริง แต่ไม่ได้เป็นข้าราชการของ สธ. คาดว่าเคยทำงานที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 49 และลาออกไปเปิดคลินิกเสริมความงามส่วนตัว สธ.ยืนยันว่าไม่เคยบีบให้ใครออกจากตำแหน่ง แต่หากแพทย์รายนี้ทำให้ สธ.เกิดความเสียหายก็จะต้องมีการดำเนินการต่อไป
นพ.โสภณกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ทั่วโลกของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีแนวโน้มดีขึ้นในประเทศจีน เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยเพิ่มไม่มาก เมื่อวันที่ 9 มีนาคม มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเพียง 10 ราย และทำการปิด รพ.สนามที่ใช้รองรับผู้ป่วยบางแห่งแล้ว แสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ป่วยสามารถรักษาได้ใน รพ.ได้ตามปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปัญหาไปอยู่ในฝั่งทวีปยุโรป ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ประเทศอิตาลีพบผู้ป่วยยืนยันเป็นลำดับที่ 2 นำหน้าประเทศเกาหลีใต้แล้ว ซึ่งมีผู้ป่วยยืนยัน 9,172 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตเป็นลำดับที่ 2 จากทั่วโลก จำนวน 463 ราย จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ของโรคเริ่มเปลี่ยนไปอยู่ในอีกภูมิภาคหนึ่งของโลก คือ ฝั่งยุโรป ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดในประเทศฝั่งยุโรป หากจำเป็นต้องไปจะต้องระวังตนเองอย่างเต็มที่

“ดังนั้นผู้ที่ยกเลิกจองตั๋วไม่ไปประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจะเปลี่ยนไปยุโรป ตอนนี้ต้องระวังมากๆ ไม่ใช่เฉพาะในอิตาลี แต่ยังมีฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี สวิสเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ สวีเดน เบลเยียม กลุ่มประเทศนี้เข้ามาเป็นลำดับ Top 10 เร็วมากในเวลาแค่ไม่กี่วัน ประเทศอิตาลีก็ทำการปิดประเทศไปแล้วในช่วงเช้านี้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของผู้ป่วยนอกประเทศไทย มีผลต่อประเทศไทย เนื่องผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นรายใหม่ของประเทศไทย 3 ราย มีความเกี่ยวข้องกับประเทศอิตาลี” นพ.โสภณกล่าว
เมื่อถามว่า มีการายงานข้อมูลจากกรุงเทพมหานครว่ามีผู้ป่วยยืนยันเพิ่มที่เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ขณะนี้รักษาอยู่ใน รพ.ของสังกัดกรุงเทพมหานคร มีข้อมูลอย่างไร นพ.โสภณกล่าวว่า ในส่วนนี้เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว เนื่องจากทำงานในสนามบิน แต่ข้อมูลของอาการ ข้อมูลทางระบาดวิทยา ผลจากห้องปฏิบัติการยังไม่ครบถ้วน จึงต้องมีการตรวจสอบเพิ่มว่าเป็นการติดจากนักท่องเที่ยว หรือเป็นการติดภายในชุมชน คาดว่าจะทราบผลวันที่ 11 มีนาคม
เมื่อถามว่า สถานที่ที่กักกันกลุ่มแรงงานนอกระบบ ที่ จ.บุรีรัมย์ มีกระแสวิพากษ์กันว่าไม่สะอาดหรือไม่ได้มาตรฐาน ทาง สธ.จะต้องเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ นพ.ยงยศกล่าวว่า ในส่วนของที่พัก หากไปถึงก่อนก็ได้พักในโรงแรม ซึ่งได้ความอนุเคราะห์มาจากบริษัทเอกชน และจะมีส่วนที่เหลือคือการรอคิวเพื่อให้คิวก่อนหน้าออกจากที่พัก ภาพที่เห็นว่าอยู่ในเต็นท์คือเป็นจำนวน 100 คนกลุ่มท้าย ที่รอทยอยเข้าที่พัก ทางทีมควบคุมโรคจะเข้าไปทำความสะอาด ไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็จะสามารถให้คิวต่อไปพักได้ ทางนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยืนยันว่าปลอดภัยและมีการดูแลเรื่องอาหารให้ครบ 3 มื้อ ในส่วนที่มีการเผยแพร่สื่อออนไลน์ว่าแรงงานกลุ่มนี้มีการดื่มสุรา สูบบุหรี่นั้น น่าจะเป็นการนำมาเอง ก่อนจะเข้ามาในสถานที่กักกัน เพราะหากเข้าไปอยู่ในสถานที่แล้วจะไม่สามารถออกมาได้ จนกว่าจะครบกำหนด แต่ไม่มีการอนุญาตให้กระทำเช่นนั้น หากพบก็จะต้องมีการตักเตือน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

