เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ภายหลังพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เรียกคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน มาสอบถามความคืบหน้าผลการเข้าตรวจค้น 6 จุดเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ จ.สมุทรปราการ และจ.ชลบุรี ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความของนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือเสี่ยบอย อ้างว่าสามารถจัดหาหน้ากากอนามัยได้มากกว่า 200 ล้านชิ้น ทำให้สังคมเกิดความตื่นตระหนกว่ามีการกักตุนสินค้าจำนวนมาก เพื่อรอส่งขายต่างประเทศ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น
รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับแนวทางการดำเนินคดีกับนายศรสุวีร์ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มทำการสืบสวนจากโพสต์ที่นายศรสุวีร์ อ้างว่าสามารถจัดหาหน้ากากอนามัยได้มากกว่า 200 ล้านชิ้น ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จ จึงให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ.) ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ซึ่งจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องตรวจสอบประวัติของนายศรสุวีร์ โดยละเอียด เรื่องสถานะทางการเงิน ทรัพย์สิน หนี้สิน ซึ่งต้องทำหนังสือไปถึงธนาคารเพื่อขอข้อมูล และทำหนังสือถึงกรมที่ดินเพื่อขอข้อมูลการจดจำนองบ้าน รวบรวมข้อมูลการพูดคุยโต้ตอบกับคุคคลอื่น สำหรับบุคคลที่นายศรสุวีร์ แอบอ้างถ่ายภาพด้วย รวมถึงดารานักแสดงก็จะต้องถูกเรียกมาให้ปากคำทั้งหมดที่ ปอท.
สำหรับการเข้าค้นเป้าหมาย ที่อาคารไทยเฮลท์ เลขที่ 6/32 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ แขวงหนองแขมและเขตหนองแขม กรุงเทพฯ ที่นายศรสุวีร์ อ้างว่า เป็นที่ใช้กักตุนสินค้ากว่า 200 ล้านชิ้น นั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีหน้ากากอนามัยอยู่เพียง12,500 ชิ้น ซึ่งหน้ากากอนามัยดังกล่าวนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ เป็นผู้สั่งทำจากโรงงานแห่งหนึ่ง และนำมาใส่โลโก้ของตนเอง และจากแนวทางการสืบสวนพบว่านายพันธ์ยศ มีการติดต่อซื้อขายหน้ากากอนามัย กับนายศรสุวีร์ จริง ซึ่งนายศรสุวีร์ รับว่าได้ซื้อขายหน้ากากอนามัยจากนายพันธ์ยศ เพียง 2 แสนชิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นการซื้อขายกันก่อนหรือหลังการประกาศให้”หน้ากากอนามัย”เป็นสินค้าควบคุมหรือไม่
ส่วนการเข้าตรวจสอบที่โรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา 86 นั้น ที่นายศรสุวีร์ โพสต์กล่องหน้ากากอนามัยและข้อความอ้างว่ามีกักตุนอยู่ 200 ล้านชิ้น พร้อมที่จะนำออกมาจำหน่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามถึงกำลังการผลิตของโรงงานแต่ละวัน ซึ่งเมื่อวานนี้(9 มีนาคม) ทางโรงงานชี้แจงว่า ได้ส่งข้อมูลดังกล่าวให้กรมการค้าภายในแล้ว และจะส่งข้อมูลให้ตำรวจวันนี้ แต่ทางตำรวจก็ยังไม่ได้รับ ขณะที่กรมการค้าภายในระบุว่าเป็นความ “ลับ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

