กรมอุทยานฯ-3 องค์กร เอ็มโอยูการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ เสริมความรู้ให้นิสิตวนศาสตร์ ม.เกษตร
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ห้องประชุมศูนย์ควบคุมมาตรฐานการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ชั้น 5 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช(อส.) นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อม ผศ.นิคม แหลมศักดิ์ คณบดีคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายอนรรฎ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ประเทศไทย และน.ส.พิมพ์ภาวดี พหลโยธิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจด้านการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ

นายธัญญา กล่าวว่า การลาดตระเวนเชิงคุณภาพเป็นระบบการบังคับใช้กฎหมายที่มีมาตรฐานและประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการทำงานป้องกันและปราบปรามและการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ ภายใต้หลักวิชาการ โดยปัจจุบัน กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ใช้ระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จำนวน 213 แห่ง ครอบคลุมพื้นที 19 กลุ่มป่า ทั่วประเทศ โดยมีการติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานลาดตระเวนอย่างต่อเนื่องมีมาตรฐาน ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ คือการพัฒนาบุคลากร ซึ่งการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ถือเป็นหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
“โดยเฉพาะนิสิตคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ที่จะสำเร็จการศึกษาและออกไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานด้านการอนุรักษ์ ในตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ และบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าควรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจงานด้านการลาดตระเวนเชิงคุณภาพเป็นอย่างดี ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็ง แก่ทรัพยากรบุคคลระดับผู้นำหน่วยในพื้นที่อนุรักษ์ในปัจจุบันและในอนาคตอย่างมีมาตรฐานและประสิทธิภาพ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความเข้าใจดังกล่าวขึ้นมา โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินงานร่วมกัน 5 ปี” นายธัญญา กล่าว

ด้านผศ.นิคม กล่าวว่า เป็นโอกาสอันดีงามที่ทั้ง 4 องค์กรจะร่วมสร้างทรัพยากรบุคคลขึ้นมา ซึ่งทราบดีว่านโยบายป่าไม้แห่งชาตินั้น ได้รับรู้ถึงความสำคัญของทรัพยากรชีวภาพ ซึ่งประเทศไทยเป็น 1 ในไม่กี่ประเทศของโลกที่ผลักดันเรื่องรักษาและอนุรักษ์ธรรมชาติ จนเป็นผลสำเร็จและเมื่อนำข้อมูลที่เรามีอย่างมหาศาลมาวิเคราะห์จะทำให้เกิดประโยชน์อีกมากมาย ซึ่งไม่สามารถประเมินคุณค่าเหล่านี้เป็นมูลค่าจำนวนเงินได้ ทั้งนี้ตนเน้นย้ำว่าอยากให้อนุชนรุ่นหลังสานต่อในสิ่งที่องค์กรภาคีได้ริเริ่มไว้ และจะผลักดันให้เกิดเป็นหลักสูตรกับนิสิตนักศึกษาคณะวนศาสตร์ฯ ต่อไป

