จากกรณี “มติชนออนไลน์” เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้นำเสนอข่าว “สาวแจ้ง ตร.โดนตุ๋นขายหน้ากากอนามัย ได้ของไร้คุณภาพ ราคารวม 600,000 บาท”นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จึงได้สั่งการให้ สน.มักกะสัน พิจารณาว่า กรณีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 “ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำผิดนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ” และ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการ ตามมาตรา 25(1) “ผู้จำหน่ายต้องจำหน่ายในราคาไม่สูงกว่าราคาที่กำหนด” ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 10 พ.ศ.2563 ข้อ 3 “ให้ผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศจำหน่ายปลีกในราคา ไม่สูงกว่าชิ้นละ 2.50 บาท” ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 37 จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ให้ทางตำรวจ สน.มักกะสัน สืบสวนขยายผลถึงผู้ขายว่าได้กระทำความผิดฐานกักตุนสินค้าควบคุมด้วยหรือไม่ พร้อมนี้ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนในสังกัด บช.น. หากมีผู้เสียหายร้องทุกข์กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อขายหน้ากากอนามัยให้พิจารณาดำเนินการตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการ ป้องปรามไม่ให้กระทำความผิดในลักษณะนี้อีกต่อไป



เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

