จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 หรือโควิด 19 (COVID–19) ในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโดยรวมจึงเป็นช่องทางให้บุคคล กลุ่มบุคคล รวมถึงผู้ประกอบการบางราย ได้อาศัยโอกาสดังกล่าว แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน เช่น การกักตุนสินค้าป้องกันโรค (หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ) การจำหน่ายสินค้าฯในราคาสูงเกินควร จำหน่ายสินค้าไม่มีคุณภาพ หรือ นำสินค้าใช้แล้วมาหลอกขายว่าเป็นสินค้าใหม่ หรือหลอกลวงขายสินค้าซึ่งไม่มีอยู่จริงให้แก่ประชาชน เป็นต้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. , พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม และพล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. ได้สั่งการเร่งรัดตำรวจชุดสืบสวนทำการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนทำการสืบสวนจับกุมการจำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมในราคาสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้า อันเป็นความผิด ตามมาตรา 29 และมีโทษตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท (หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสามารถจับกุมได้ จำนวน 2 ราย
รายแรก พื้นที่ สน.บางรัก เมื่อวันที่ 6 มีนาคม เวลา 19.30 น.ที่ผ่านมา ตำรวจสามารถจับกุม นายสิริวัชร ภาคย์ธนไพศาล อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง หน้ากากอนามัย ยี่ห้อต่างๆ จำนวน 100 ชิ้น และเงินสดที่ใช้ในการล่อซื้อ 1,000 บาท โดยสามารถจับกุม บริเวณปากซอยเจริญกรุง 47 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
รายที่สอง พื้นที่ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม เวลา 22.00 น.ที่ผ่านมา ตำรวจสามารถจับกุมน.ส.เยาวภาณี เก้าอุดม อายุ 29 ปี ผู้ต้องหา พร้อมของกลางหน้ากากอนามัย ยี่ห้อต่างๆ จำนวน 100 กล่อง 5,000 ชิ้น และสำเนาเงินสดล่อซื้อ จำนวน 17,000 บาท โดยสามารถจับกุมได้ปากซอยกิ่งแก้ว 19 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
นอกจากนี้ หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิดดังกล่าว หรือพบบุคคลที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องท้องที่นอกราชอาณาจักร ที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด-19 ที่ไม่กักตัว อยู่ในบ้านพัก 14 วันตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ สามารถแจ้งมายัง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ผ่านสถานีตำรวจในพื้นที่ หรือ แจ้งมายังศูนย์วิทยุ 191 เพื่อตรวจสอบและดำเนินการต่อไป



เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

