เปิดเหตุผลมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้ฟ้องตรงป.ป.ช.ต่อศาลชั้นต้นได้ คดี’เสี่ยปึ้ง’ฟ้อง9อรหันต์

12.03.20 | 13:54 น.

เปิดเหตุผลมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้ฟ้องตรงป.ป.ช.ต่อศาลชั้นต้นได้ ชี้ ขั้นตอนส.ส.-ส.ว.เข้าชื่อเป็นเพียงอีก1เส้นทาง ส่วนเนื้อหาคดี “สุรพงษ์” ฟ้อง ป.ป.ช. ที่ดำเนินคดีกรณีออกพาสปอร์ตให้ “ทักษิณ” โดยมิชอบยกฟ้อง

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ชั้นตรวจคำฟ้อง หมายเลขคดี 5673/2562 ที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าากรกระทรวงการต่างประเทศ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), นายณรงค์ รัฐอมฤต, น.ส.สุภา ปิยะจิตติ, นายวิทยา อาคมพิทักษ์, นางสุวณา สุวรรณจูฑะ, พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์, นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร, นายปรีชา เลิศกมลมาศ และ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปรามปรามการทุจริต

โดยคดีนี้เป็นคดีที่นายสุรพงษ์ฟ้องป.ป.ช. จากการที่ ป.ป.ช. เรียกนายสุรพงษ์ไปรับทราบข้อหาทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยมิชอบ ซึ่งต่อสู้ในหลายประเด็น เช่น จำเลยที่ 8-9 ได้รับการสรรหาและแต่งตั้งเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ขัดต่อประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 19 ข้อ 4, จำเลยที่ 1-6 ยินยอมให้จำเลยที่ 7-9 ลงลายมือชื่อในบันทึกข้อกล่าวหาโดยมิชอบ, นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.สงขลาและอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 139 คน ผู้ยื่นร้องถอดถอนโจทก์ไม่ระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน และโต้แย้งนายภักดี โพธิศิริ ขาดคุณสมบัติเป็นกรรมการ ป.ป.ช. แต่เข้าร่วมประชุมพิจารณาและลงมติ


ต่อมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้อง โจทก์ยื่นฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ส.ส. ส.ว. หรือสมาชิกของทั้งสองสภาไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่ากรรมการป.ป.ช.ผู้ใดร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการนั้น เป็นเพียงบทบัญญัติที่เพิ่มช่องทางในการดำเนินคดีแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้เสียหายจากการกระทำความผิดของกรรมการ ป.ป.ช. ยังคงมีอำนาจฟ้องกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 (2) โดยยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 7 ประกอบมาตรา 3 วรรคสอง (1)

ส่วนที่ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 3 วรรคสาม (1) มิให้คดีทุจริตและประพฤติมิชอบรวมถึงคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1-7 ในฐานะที่โจทก์เป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของจำเลยที่ 1-7 จึงมิใช่คดีที่ ส.ส. ส.ว. หรือสมาชิกของทั้งสองสภาไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า มีสิทธิเข้าชื่อกันตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง อันจะอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 มาตรา 9 (3) ที่มีผลใช้บังคับในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้

Advertisement

ศาลชั้นต้นในคดีนี้ย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในส่วนของจำเลยที่ 1-7 ได้ และที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 8-9 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในส่วนของจำเลยที่ 1-7 ย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในส่วนของจำเลยที่ 8-9 ได้ด้วย ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 3 วรรคสอง (5) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1-9 ต่อศาลชั้นต้น ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วน เนื้อหาคดีที่นายสุรพงษ์ โจทก์ยื่นฟ้องต่อสู้นั้น ศาลฎีกาได้อ้างอิงตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำวินิจฉัยในคดีหมายเลขดำ อม.51/2560 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุรพงษ์เป็นจำเลยนี้แล้ว
ซึ่งเมื่อได้มีการวินิจฉัยกระบวนการประชุม ลงมติ และไต่สวนข้อเท็จจริงชอบด้วยกฎหมาย เหตุแห่งการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1-9 ตามข้ออ้างโจทก์ในคดีนี้จึงยังรับฟังไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลพิพากษายืนยกฟ้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน