อุทยานฯ เข้มควบคุมโควิดคัดกรองก่อนเข้าพื้นที่ ห้ามขรก.เดินทางไปตปท.หากเลี่ยงไม่ได้ต้องกักกันตัวเอง

13.03.20 | 16:13 น.

อุทยานฯ เข้มควบคุมโควิดคัดกรองก่อนเข้าพื้นที่ ห้ามขรก.เดินทางไปตปท.หากเลี่ยงไม่ได้ต้องกักกันตัวเอง พร้อมตรวจเข้ม 5 ตลาดค้าสัตว์ทั่วกรุง

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นายสมหวัง สมหวังเรืองนิวัติศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯได้เพิ่มมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 เพื่อไม่ให้เกิดส่งผลกระทบต่อสุขภาพเจ้าหน้าที่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวโดยได้สั่งการให้หน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยจัดให้มีจุดคัดกรองเจ้าหน้าที่ ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ และจัดตั้งจุดตรวจเพื่อวัดอุณหภูมิเจ้าหน้าที่ ประชาชนก่อนเข้ามาติดต่อราชการภายในอาคาร รวมถึงขยายผลให้มีจุดคัดกรองที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า วนอุทยาน เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทุกแห่ง และให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและเฝ้าระวังตนเองต่อไวรัสโคโรนา 2019 บริเวณทางเข้า พร้อมให้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในพื้นที่เป็นประจำทุกวัน ให้ความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ หากพบประชาชนที่มีอาการต้องสงสัยเข้าข่ายอาการโรคดังกล่าวให้ประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่โดยเร็ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

Advertisement

สำหรับบุคลากรของหน่วยงานให้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด โดยไม่อนุญาตหรืออนุมัติให้เดินทางหรือแวะผ่านไปยังประเทศพื้นที่ที่มีการกระบาดของโรคติดเชื้อหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงตามประกาศของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

“ หากมีความจำเป็นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เมื่อเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย ให้เฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอาการป่วยใด ๆ รวมไปถึงการดูแลรักษาสุขอนามัยทั่วไปเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมถึงติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ได้เพิ่มการ เฝ้าระวังข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยให้มีการตรวจด้วยเครื่องสแกนตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย หากจำเป็นต้องมีการจัดฝึกอบรม ประชุม สัมมนา หรือ จัดกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก จะมีการจัดให้มีการคัดกรอง ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ทำการตรวจคัดกรองก่อนเข้าอาคารและให้มีแอลกอฮอล์เจลล้างมือไว้บริการ ตามจุดบริการต่าง ๆ ทั้งในสำนักงานและพื้นที่ที่มีผู้มาติดต่อกับบุคลากร” นายสมหวังกล่าว

นายสมหวัง กล่าวต่อว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ ให้ทุกคนป้องกันตนเองตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข คือ ดื่มน้ำอุ่น เมื่อรู้สึกกระหาย หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอ จาม หลีกเลี่ยงอยู่ในสถานที่แออัด สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน ไม่ใช่ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการเข้าไปในตลาด
ค้าสัตว์ ไม่สัมผัสสัตว์ป่วย หรือตายหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ห้ามรับประทานของดิบ รับประทานอาหารที่สะอาดปลอดภัย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากพบมีอาการไข้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ปวดศีรษะ มีการไอต่อเนื่องเป็นเวลานาน มีน้ำมูกไหลให้รีบไปพบแพทย์ หรือโทรแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

นายสมหวัง กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ สัตวแพทย์ประจำกรม ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เข้าตรวจสอบและทำความสะอาดตลาดค้าสัตว์ 5 แห่ง เช่น ตลาดนัดจตุจักร พุทธมณฑล และมีนบุรี เป็นต้น โดยตรวจสารคัดหลั่งจากตัวสัตว์ ฉีดพ่นทำความสะอาดทุกสัปดาห์ หากพบมีการติดเชื้อต้องรายงานให้ทางกระทรวงสาธารณสุขทราบทันที รวมทั้งตรวจสอบตลาดชุมชนในต่างจังหวัดที่อาจมีการลักลอบค้าเนื้อสัตว์ป่าด้วย ทั้งนี้ในส่วนของการเฝ้าระวังสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเช่นกัน หากพบความผิดปกติต้องรายงานอย่างเร่งด่วน

เมื่อถามว่าต่างชาติมองว่าตลาดนัดสวนจตุจักร มีความคล้ายคลึงกับตลาดค้าสัตว์ป่าในอู่ฮั่นของจีน นายสมหวัง กล่าวว่า ตลาดนัดจตุจักรเป็นตลาดสัตว์เลี้ยง ไม่ได้มีการนำไปกินเหมือนอู่ฮั่น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดมีการทำความสะอาดทุกสัปดาห์อยู่แล้ว