แฉกลโกงทัวร์เถื่อน! ตำรวจรวบ สาวเปิดบ.นำเที่ยวนอก ตุ๋นขายถูกในเน็ต เหยื่อเพียบ ลวงนับ 10 ล้าน

9.07.16 | 13:24 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สน.โคกคราม พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว (รองผบก.ทท.) พร้อมด้วยพ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายัณประเสริฐ พ.ต.อ.ประเสริฐ เงินยวง รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล ผกก.2 บก.ทท. พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.ท.พุทธพงศ์ เมฆเอี่ยมนภา รอง ผกก.2 บก.ทท. พ.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ไหวดี สว.สส.กก.2 บก.ทท. ร.ต.อ.ธิติ เพชราวรรณ รอง สว.สส.กก.2 บก.ทท. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกก.2 บก.ทท. ร่วมกันแถลงจับกุม น.ส.ณัฎฐอัณณ์ หรือเอ๋ ไชยนันทน์ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 565/2559 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2559 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ประกอบกิจการนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ อ.เทิง จ.เชียงราย

พ.ต.อ.อาชยน กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหายเป็นจำนวนมากว่า ถูกบริษัททัวร์จัดหานักท่องเที่ยวภายในประเทศไทยไปเที่ยวต่างประเทศ ที่มีเสนอขายทางอินเตอร์เน็ตในราคาถูกกว่าบริษัทนำเที่ยวอื่นแต่เมื่อถึงเวลาที่กำหนดกลับไม่สามารถเดินทางได้จริงตามคำโฆษณา มีมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบก่อนทราบชื่อผู้ต้องหาต่อมาคือ น.ส.ณัฎฐอัณณ์ พร้อมด้วยน.ส.อัญชลี อินทรักษ์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องขังอยู่ระหว่างการรับโทษตามคำพิพากษาในคดีดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ ร่วมกันเปิดบริษัท ออล แดท ไทย ทราเวล จำกัด และบริษัท แอท ทราเวล กรุ๊ป จำกัด จัดแพ็คเกจหาลูกทัวร์ไปเที่ยวประเทศต่างๆ อาทิ เกาหลี ญี่ปุ่น และพม่า โดยนำเสนอขายทางอินเตอร์เน็ตให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งหลอกขายในราคาแพ็คเกจที่ถูกกว่าบริษัทอื่นซึ่งมีผู้เสียหายหลายรายเกิดหลงเชื่อเข้าไปซื้อแพ็คเกจทัวร์พร้อมทั้งโอนเงินแต่เมื่อถึงเวลาที่กำหนดของการเดินทางผู้ต้องหากลับไม่สามารถจัดทัวร์ให้กับลูกค้าได้จริง และไม่ยอมคืนเงินตามที่ลูกค้าชำระไป อีกทั้งยังมีลักษณะเป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ที่ต้องการไปเที่ยวต่างประเทศอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตำรวจท่องเที่ยวจึงรวบรวมพยานหลักฐานก่อนสืบทราบว่าทางน.ส.ณัฎฐอัณณ์ เคยมีหมายจับในลักษณะดังกล่าวทั้งหมด 8 หมาย รวมทั้งสิ้น 20 คดี โดยไม่ปรากฏที่อยู่เป็นหลักแหล่งและได้หลบหนีไปอยู่ที่อ.เทิง จ.เชียงราย จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าวก่อนนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่สน.โคกคราม

น.ส.ณัฎฐอัณณ์ สารภาพว่า กระทำการลักษณะดังกล่าวจริง โดยเมื่อปี 2557 เคยประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างของบริษัททัวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนมีช่องทางในการหลอกนักท่องเที่ยวจึงตัดสินใจลาออกมาเปิดบริษัทเป็นของตนเองซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยนวลจันทร์ 28 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. โดยไม่มีใบอนุญาตตั้งแต่ปี 2558 ที่ผ่านมา กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

ขณะที่ นางระวิวรรณ โพธิเอี่ยม อายุ 64 ปี หนึ่งในกลุ่มผู้เสียหายให้การว่า เป็นข้าราชการบำนาญโดยสามีอยากชวนตนพร้อมกลุ่มเพื่อนรวม 50 ราย ไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ จึงเข้าไปติดต่อซื้อแพ็คเกจในเว็บไซต์ของน.ส.ณัฎฐอัณณ์ ทราบว่าผู้ต้องหาเคยเป็นอดีตลูกจ้างของบริษัทนำเที่ยวเก่าที่มีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งทางน.ส.ณัฎฐอัณณ์ พร้อมด้วยสามีชาวเกาหลี ยังมาหาตนที่บ้านเพื่อให้ข้อมูลต่างๆ รวมทั้งเสนอขอแถมทั้งส่วนลด กระเป๋าเดินทาง และไกด์นําเที่ยวให้ฟรี จึงตัดสินใจซื้อแพ็คเกจโดยการโอนเงินเข้าบัญชีรวมทั้งสิ้นประมาณ 500,000 บาทเมื่อใกล้ถึงเวลาที่กำหนดเดินทางกลับไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงไปตามหาที่บริษัทซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยนวลจันทร์ กลับพบเพียงลูกน้องเท่านั้นโดยให้ข้อมูลอ้างว่าน.ส.ณัฎฐอัณณ์ ไปส่งลูกค้าทัวร์ หลังจากนั้นน.ส.ณัฎฐอัณณ์ ได้ติดต่อกลับเข้ามาพร้อมกล่าวขอโทษว่าจะยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้ภายใน 14 วัน ซึ่งจะสั่งจ่ายเป็นเช็คแต่เมื่อนำไปขึ้นเงินก็ไม่สามารถเบิกถอนและติดต่อได้อีกเลย

พ.ต.อ.สุริยา กล่าวว่า ในครั้งนี้ทางผู้ต้องหานำทนายความส่วนตัวเข้ามารับฟังการแถลงข่าวรวมทั้งมีกลุ่มผู้เสียหายต่างเดินทางมาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมโดยเบื้องต้นทางผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริงและจะยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด ซึ่งหลังจากนี้หากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมก็นำหลักฐานมายื่นแสดงต่อทางเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนสน.โคกคราม ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อสรุปในสำนวนคดีก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Advertisement