เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. พร้อมด้วย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 10 แถลงความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19
นพ.สุขุมกล่าวว่า ในวันนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยหายดีและกลับบ้านแล้ว จำนวน 3 ราย เป็นผู้ป่วยในสถาบันโรคทรวงอก 1 ราย และสถาบันบำราศนราดูร 2 ราย และมีการพบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 30 ราย รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 177 ราย โดยพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนเดิมที่ได้ติดตามเฝ้าระวังก่อนหน้านี้ ได้แก่
1.ผู้ป่วยยืนยันที่พบในสนามมวย จำนวน 11 ราย รวมในสนามมวยลุมพินี สนามมวยอ้อมน้อย สนามมวยราชดำเนิน
2.ผู้ป่วยยืนยันในสถานบันเทิงย่านทองหล่อ 1 ราย
3.ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน จำนวน 2 ราย
4.กลุ่มหนึ่งเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ที่สัมผัสกับผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ จำนวน 9 ราย แบ่งเป็น คนไทย 6 ราย และชาวต่างชาติ 3 ราย
5.ผู้ป่วยยืนยันที่ประกอบอาชีพสัมผัสกับนักท่องเที่ยวคือ คนขับรถแท็กซี่ 1 ราย
6.ผู้ป่วยที่รอผลการสอบสวนโรค จำนวน 6 ราย
และทั้งนี้มี ผู้อยู่ในเกณฑ์การสอบสวนโรคอีก 22 ราย สรุปยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 177 ราย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว 41 ราย ยังอยู่ในการรักษาที่โรงพยาบาล (รพ.) 134 ราย อาการหนักวิกฤต 1 ราย เสียชีวิต 1 ราย
นพ.สุขุมกล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่เดินทางมาจากประเทศอิตาลี ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 83 คน มี 6 คน รับตัวไว้สังเกตอาการที่ รพ. ทั้งหมดไม่มีไข้ มีน้ำมูกเล็กน้อย 1 คน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อ ส่วนอีก 77 คน ที่อาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบ ทุกคนไม่มีไข้ โดยเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2563 ได้เก็บสิ่งส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ทราบผลวันนี้ เฝ้าระวังสังเกตอาการจนครบ 14 วัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
นพ.สุขุม กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครพบว่ามีผู้ป่วยมาก จึงมอบให้กรมควบคุมโรค โดยกองระบาดวิทยาจัดทำแผนที่ที่ระบุ ตำบล อำเภอ เขต ที่มีผู้เป็นกลุ่มก้อน ซึ่งประชาชนสามารถดาวน์โหลดได้ทางเว็บไซต์ของ สธ. เช่น สนามมวย สถานบันเทิงย่านทองหล่อ มีการติดตามในห้างสรรพสินค้าแต่ยังไม่พบการติดเชื้อ ขณะนี้มีประชาชนสนใจเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นจำนวนมากกว่าร้อยละ 80-90 มีภูมิลำเนาที่กทม. ทาง สธ.ได้ให้ผู้ตรวจราชการสาธารณสุขเขตปริมณฑลจัดสถานบริการเพื่อรองรับผู้ป่วยแล้ว ในผู้ป่วยเหล่านี้ถ้ามีอาการน้อยหรืออาการดีขึ้น ก็จัดให้อยู่ในหอผู้ป่วยรวมเฉพาะผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่(Cohort ward) สำหรับผู้ป่วยทางเดินหายใจ หรือไข้หวัดใหญ่2019 อย่างที่เคยดำเนินการโดยมาตรฐานของกรมควบคุมโรค คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในวันนี้ 234 เตียง และจะมีขยาย พร้อมทั้งดำเนินการดูสถานที่ร่วมกับหน่วยงานอื่น โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประสานงานไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เช่น โรงเรียนกีฬา สนามกีฬา โรงแรมที่มีความสนใจรับรองผู้ป่วยที่อาการดีขึ้นแล้วและรอการพักฟื้นตัว
นพ.สุขุม กล่าวว่า การลดจำนวนผู้ป่วยจะมากไม่มากมีปัจจัยจาก 1.ลดการนำเข้าผู้เดินทางจากต่างประเทศ 2.ลดการแพร่ระบาดของเชื้อ การควบคุมและป้องกัน แต่หากถามว่าจะเกิดผู้ป่วยมากหรือไม่ อยู่ที่ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นว่าขณะนี้ห้ามเดินทางไปต่างประเทศ ข้าราชการ พนักงานของรัฐรวมถึงรัฐวิสาหกิจ ห้ามเดินทางไปต่างประเทศ ยกเว้นมีเหตุจำเป็น ส่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะดำเนินการหามาตรการลดกิจกรรมที่ต้องเอาคนมารวมกันจำนวนมาก ซึ่งจะมีการแถลงการณ์ต่อไป
“ในภาคประชาชนเราขอร้อง และจะแนะนำว่าท่านจะต้องเลี่ยงอย่างไรไม่ให้เดินทางไป หากท่านกลับมาไม่มีความสุข กลับมาแล้วต้องอยู่บ้าน 14 วัน และอาจจะต้องใช้แอพพลิเคชั่นย้อนหลังว่าท่านไปไหนมา โรคนี้อยู่ใน พ.ร.บ.โรคติดต่อ ถ้าท่านขัดคำสั่งก็อาจจะมีโทษปรับ โทษอาญาจำคุก ถ้าท่านมีเจตนาแพร่เชื้อหรือไม่มารักษาตัว” นพ.สุขุม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีเซียนมวยออกมาเปิดเผยว่า รอการรักษาพยาบาลนานถึง 4 วัน เนื่องจากเตียงเต็มและมีการค่ารักษากว่าแสนบาท สธ.ชี้แจงอย่างไร นพ.สุขุม กล่าวว่า ถ้าหากมั่นใจว่าตนเองป่วยจริง และต้องเสียค่าใช้จ่ายเองให้ติดต่อไปยังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เพื่อดำเนินคดีต่อไป เช่น 1.มีผู้ที่เข้ารักษาที่ รพ.เอกชนแล้วค่ารักษาแพงเกินสมควร ทางกรมการค้าภายในก็ดูแลอยู่ 2.การรักษาแล้วไม่ได้มาตรฐาน ก็จะมีบทลงโทษ หากผู้ที่คิดว่าตนได้รับการรักษาไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือค่าใช้จ่ายแพงเกินสมควรให้แจ้งเรื่องมาที่ สธ. แต่ รพ.หลายแห่งมีหนังสือยืนยันว่า ผู้ป่วยยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ดังนั้นจะต้องไปดูหลักฐานและตรวจสอบเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า ผู้ป่วยจะต้องรอถึง 4 วัน แต่ยังไม่มีการส่งตัวข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นพ.สุขุม กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในการสอบสวนและตรวจสอบ และหากผู้ใดที่พบกรณีนี้ให้แจ้งมายัง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
เมื่อถามว่ามีประชาชนอยากตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) แต่ไม่ได้รับการตรวจ จึงเกิดอารมณ์โมโหและได้ไอ และทำกิริยาไม่เหมาะสม ใส่บุคลากรทางการแพทย์ที่ รพ. จะมีการเยียวยาบุคลากรอย่างไร
นพ.สุขุม กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ต้องการจะแพร่เชื้อโรคให้ผู้อื่นถือว่าเป็นความผิดทางอาญา
“ถ้าผู้ใดทำร้ายบุคลากรแพทย์ เราจะดำเนินคดี โดยจำคุกทุกราย เรายินดีบริการท่าน ช้าหรือเร็ว ก็ยินดีดูแล แต่ถ้าใช้เจตนาทำร้าย เรายอมไม่ได้ กระเช้าอันเดียวผมก็ไม่หยุด เราจะดำเนินคดีตามกฎหมาย” นพ.สุขุม กล่าว
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สถานการณ์ทั่วโลกขณะนี้มีการแพร่ระบาดไปกว่า 160 ประเทศทั่วโลก 2 เขตปกครองพิเศษ และ 1 เรือสำราญ มียอดผู้ป่วยทั่วโลกสะสม 179,188 ราย มีอาการหนัก 6,155 ราย ผู้ป่วยหายดี 79,285 ราย คิดเป็นร้อยละ 43.7 อัตราเสียชีวิต 7,066 ราย ประเทศที่มีผู้ป่วยเพิ่มใหม่จำนวนมาก 4 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี อิหร่าน สเปน และเยอรมนี ส่วนประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นรายวันประมาณจำนวน 100 คนต่อวัน คือฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา

