นักวิชาชี้โอกาสดีลด-ละ-เลิก “บุหรี่” ต้าน “โควิด-19”

17.03.20 | 12:13 น.

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ เดอะฮอลล์ บางกอก นายวศิน พิพัฒนฉัตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการพบผู้ป่วยเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นกลุ่มก้อน ที่มีสาเหตุจากการดื่มสุราและสูบบุหรี่ในสถานบันเทิงย่านหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ว่า บุหรี่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส เนื่อวจากบุหรี่ที่มีสารพิษมากมายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค อาทิ โรคหัวใจ โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหาย โรคเบาหวานและความดัน ซึ่งส่งผลให้ร่างกายของมนุษย์ไม่แข็งแรงโดยเฉพาะในระบบทางเดินหายใจ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2109 เป็นเชื้อไวรัสที่เข้าโจมตีปอดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นการลดปัจจัยเสี่ยงเรื่องการงดสูบบุหรี่ ก็จะเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานในเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้

นายวศิน กล่าวว่า สถานการณ์ในช่วงนี้ หากเป็นไปได้ควรถือโอกาสนี้ในการหยุดหรือลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ เพราะสุขภาพที่แข็งแรงก็ส่งผลต่อคนรอบข้างที่เรารัก เนื่องจากผู้ที่สูบบุหรี่ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อดารได้รับเชื้อไวรัส ก็จะมีโอกาสเสี่ยงในการแพร่เชื้อได้ในขณะที่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นหากเรามีสุขภาพที่แข็งแรงและไม่ติดเชื้อก็จะเป็นการป้องกันคนที่เรารักได้ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การปิดสถานบันเทิง สามารถช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้หรือไม่ นายวศิน กล่าวว่า สถานที่ของสถานบันเทิงเป็นลักษณะที่อับและไม่มีการระบายอากาศ ดารที่มีคนเข้าไปอยู่ในพื้นที่นั้นมากๆ ก็จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสได้ สถานการณ์ขณะนี้ควรเลี่ยงการอยู่ในที่มีคนแออัด สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือให้สะอาด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

Advertisement

 

 

เมื่อถามว่า ประชาชนบางส่วนเข้าใจว่าแอลกอฮอลล์ที่ใช้ดื่ม สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายวศิน กล่าวว่า ข้อเท็จจริงคือแอลกอฮอล์มีผลต่อตับที่มีหน้าที่กำจัดสารพิษ ซึ่งหากตับต้องกำจัดสารพิษที่เป็นแอลกอฮอล์แล้วนั้น ตับจะมีความพร้อมต่อสู้กับไวรัสโคโรนา2010 มากน้อยแค่ไหน ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการปนเปื้อนอย่างในกรณีที่มีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนจากในสถานบันเทิง ที่เป็นคนไทย 11 ราย ที่สูบบุหรี่มวนเดียวกัน ดื่มเหล่าแก้วเดียวกัน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงมากเนื่องจากตัวไวรัสโคโรนา2019 มีการแพร่ระบาดผ่านน้ำลาย และเสมหะได้

“มันเหมือนเราแบ่งทหาร ที่จะมีทหารกองหนึ่งที่ต้องไปสู้กับแอลกอฮอล์ และอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องไปสู้กับไวรัส ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ในเรื่องของการดื่มเหล้าและอ้างว่านำไปฆ่าไวรัส” นายวศิน กล่าว