เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงจำนวนห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ที่สามารถตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า ขณะนี้มีหลายแห่ง

ทั้งนี้ นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า เรื่องของการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับเครือข่ายห้องปฏิบัติการทั้งหมด ปัจจุบันมี 40 แห่ง โดย 2 แห่งแรก คือ 1.กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ต่อมาขยายเพิ่ม 7 แห่ง จนปัจจุบันมีครอบคลุมถึง 40 แห่งทั่วประเทศไทย โดยรวมทั้งภาครัฐและเอกชน กำลังการตรวจหาเชื้อรองรับการตรวจประมาณ 4,000 ชุดต่อวัน และที่ผ่านมามีอัตราการตรวจเฉลี่ย 500 ชุดต่อวัน พร้อมทั้งหลังจากนี้มีนโยบายจะเพิ่มห้องปฏิบัติการอีก 60 แห่ง รวมเป็น 100 แห่ง เพื่อให้มีศักยภาพการตรวจเป็น 10,000 ชุดต่อวัน และรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดในระยะที่ 3 ด้วย
ด้าน นพ.โอภาสกล่าวว่า เวลาที่ผ่านมาราว 2 เดือน มีการตรวจสะสมทั้งหมด 30,0000 กว่าชุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่น จะพบว่าประเทศไทยมีการตรวจที่ค่อนข้างเยอะ และประเทศที่มีการตรวจมากที่สุดเมื่อเทียบกับอัตราส่วนของประชากรต่อล้านคน คือ ประเทศเกาหลีใต้ และมีการตรวจน้อยสุดจนน่าแปลกใจ คือ ประเทศญี่ปุ่น แต่ก็สามารถควบคุมโรคได้ดี ดังนั้น การตรวจมากหรือน้อยไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะบ่งบอกว่าควบคุมโรคได้หรือไม่ ปัจจัยสำคัญคือการตรวจให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ให้ตรวจจุดประสงค์มากกว่า เช่น ในกลุ่มเด็กเล็กที่มีการติดเชื้อน้อย เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุที่มีการติดเชื้อมากกว่าและโอกาสเสียชีวิตสูงกว่า หากจะต้องเลือกตรวจก่อนก็จะต้องตรวจในผู้สูงอายุก่อน หากตรวจในเด็กก่อนก็ไม่เกิดประโยชน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
“อันนี้เป็นเพียงห้องปฏิบัติการ แต่ในความเป็นจริงหากท่านมีอาการป่วยก็สามารถไปโรงพยาบาลได้ทุกที่แล้วทางโรงพยาบาลจะตรวจเชื้อและส่งมายังห้องปฏิบัติการ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้เก็บและส่งตรวจเอง” นพ.โอภาสกล่าว

