ความคืบหน้าจากกรณี พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.1บก.ป. บุกจับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ที่ลานจอดรถโรงแรมทอซคาน่า สวีท วัลเลย์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน หลังมีหลักฐานพบว่า พ.ต.ท.บรรยินมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน จากรถยนต์ที่ขับโดย พ.ต.ท.บรรยินพุ่งชนต้นไม้ข้างทางถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ในพื้นที่ของ สน.อุดมสุข ทั้งนี้ ในขณะจับกุมยังพบ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว โบรกเกอร์สาวหนึ่ง ในผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย อย่างไรก็ตาม ศาลได้ให้ประกันตัว พ.ต.ท.บรรยิน ในวงเงิน 2 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. เปิดเผยว่า ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน พบว่า น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว ได้ขับรถปอร์เช่ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ศ 9972 กรุงเทพมหานคร เดินทางกลับจากเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา มายังกรุงเทพฯ และระหว่างผ่านจุดตรวจนั้น น.ส.อุรชาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงขอตรวจค้นรถปอร์เช่คันดังกล่าว ซึ่ง น.ส.อุรชายืนยันว่าเป็นรถของตน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอดูเอกสารการครอบครอง ทาง น.ส.อุรชาไม่สามารถนำเอกสารการครอบครองรถคันดังกล่าวมายืนยันได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดรถคันดังกล่าวไว้
พ.ต.อ.จิรภพกล่าวต่อว่า อีกทั้งก่อนหน้านี้ได้สอบปากคำ น.ส.อุรชาในประเด็นการได้มาของรถคันดังกล่าว รวมทั้งสอบปากคำเจ้าของเต็นท์รถและพนักงานขายที่เต็นท์รถย่านพระราม 9 ที่ น.อุรชาออกรถ พบข้อมูลว่า น.ส.อุรชาได้ซื้อรถปอร์เช่คันดังกล่าวในราคา 6 ล้านบาท ด้วยเงินสด ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2558 นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติที่ทำให้เชื่อว่า น.ส.อุรชาน่าจะติดป้ายทะเบียนปลอม เนื่องจากทะเบียนป้ายแดงที่ติดที่รถปอร์เช่ของ น.ส.อุรชา นั้นไม่มีตรา “ขส” จึงได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญญา ผกก.2 บก.ป.ให้ตรวจสอบข้อมูลกับทางกรมการขนส่งว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เนื่องจากตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าทะเบียนป้ายแดงเลขดังกล่าวมีผู้ใช้อยู่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
รายงานข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่ออกรถคันดังกล่าวมา ยังไม่ได้มีการโอนชื่อว่าใครเป็นเจ้าของรถ แต่หลังจากเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังน.ส.อุรชาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก พบว่า น.ส.อุรชาได้ยื่นขอโอนให้ น.ส.อุรชาเป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้สามารถที่จะโอนเป็นชื่อของ น.ส.อุรชาได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลา เนื่องจากทางชุดสืบสวนต้องตรวจสอบที่มาของเงิน 6 ล้านที่ น.ส.อุรชานำไปซื้อรถปอร์เช่คันดังกล่าวว่าได้มาจากการโอนหุ้นของนายชูวงษ์หรือไม่

