อัจฉริยะ เอาคืนแจ้งความกลับมัลลิกา-ทีมทนาย ปัดไม่ใช่นักการเมือง จะไปตบทรัพย์ใคร

19.03.20 | 14:43 น.

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แจ้งความกับ พ.ต.ท.สุภวุฒิ วิเศษโวหาร รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดีต่อนางมัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ และผู้รับมอบอำนาจอีก 3 คน ข้อหาแจ้งความเท็จ กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 คน แจ้งความดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หลังเจ้าตัวได้ไลฟ์เฟซบุ๊กว่ามีที่ปรึกษารัฐมนตรีหญิงเกี่ยวข้องกับการส่งออกหน้ากากอนามัยไปต่างประเทศ

นายอัจฉริยะกล่าวยืนยันว่า ขณะตนไลฟ์สดนั้นไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคลใด และไม่ได้รับงานใครมา ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอะไร แต่ข้องใจเพราะเชื่อว่ามีกระบวนการแสวงหาผลประโยชน์ ที่รู้ล่วงหน้าว่าหน้ากากอนามัยจะเป็นสินค้าควบคุม จึงอยากได้ความชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลการส่งออก และจำหน่ายหน้ากากอนามัยภายในประเทศ เนื่องจากได้รับข้อมูลมาว่ามีบริษัทผลิตหน้ากากอนามัยทั้งหมด 242 แห่ง แต่มีเพียง 7 บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกเท่านั้น แล้วหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากบริษัทที่เหลืออีก 235 บริษัท หายไปไหน ทำไมถึงไม่ส่งให้กรมการค้าภายในจัดสรรจำหน่าย เชื่อว่าหากนำหน้ากากที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกมากระจายในประเทศ ก็จะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ไม่ต้องขาดแคลนอย่างทุกวันนี้


เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

นายอัจฉริยะกล่าวต่อ นายนิติธร ทนายความที่รับมอบอำนาจมานั้นเป็นนักกฎหมาย รู้อยู่แล้วว่าการไปแจ้งความที่ บก.ปอท.ก็ไม่ผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่เคยไปแจ้งความที่ สน.พญาไท ไว้ก่อนแล้ว จึงถือเป็นการมายัดข้อหาเพื่อให้รับโทษหนักขึ้น ขณะที่นางมัลลิกา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าตนเองไม่ได้พูดถึงนางมัลลิกา แต่ทีมทนายความฟังแล้วหลายครั้งทำให้เชื่อว่าเป็นนางมัลลิกา จึงเป็นที่มาของการไปแจ้งความดำเนินคดี

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า ส่วนการแถลงข่าวของนางมัลลิกา ถือว่าเป็นสิทธิที่จะชี้แจง ตนไม่ได้ติดใจ เพราะหลักฐานต่างๆ มอบให้เจ้าหน้าที่ไปแล้ว แต่มีประเด็นเดียวที่พูดถึงว่าให้ไปตรวจสอบประวัติตนยืนยันว่าเคยตรวจสอบมาหลายหน่วยงาน ไม่เคยตบทรัพย์ และไม่ได้โจมตีใคร เพราะไม่ใช่นักการเมือง ไม่เคยเล่นการเมืองส่วนข้อมูลนำมาจากกรมการค้าภายใน และกรมศุลกากร ดังนั้นหากรับใบสั่งแล้วตนจะได้อะไร และกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนให้ข้อมูลเรื่องหน้ากากมานั้นยืนยันว่าไม่เคยพูดคุย ไม่เคยรู้จัก และไม่เคยให้ราคา เช่นเดียวกับที่ถูกกล่าวหาว่ารับงาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มานั้นก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน