หน้าแรก ในประเทศ ลาดตระเวนสกัด...

ลาดตระเวนสกัดบึ้มใต้ ตรึง’ป่าชายเลน’ปูพรมล้อมภูเขากดดัน หลังระเบิดถี่ช่วงรอมฎอน เผยส่ง’พัสดุบอมบ์’ถึงค่าย

10.07.16 | 15:05 น.

ผบ.ฉก.ปัตตานีเปิดแผน’แยกคนชั่วออกจากคนดี’ ส่งทหารขีดความสามารถสูงซุ่มป่าชายเลนหลายอำเภอ ไล่ล่ากดดันคนร้ายใช้เป็นที่พักพิงและประกอบระเบิดหลังเกิดเหตุบึ้มถี่ยิบช่วงรอมฎอนที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม กรณีการก่อความไม่สงบในหลายพื้นที่ด้วยการลอบวางระเบิดและยิงลูกระเบิดในช่วงรอมฎอนหรือถือศีลอดที่ผ่านมา ไล่เหตุการณ์ตั้งแต่เหตุ “คาร์บอมบ์” ฐานปฏิบัติการร่วมตำรวจ ทหาร จุดตรวจเกาะหม้อแกง ม.7 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ฐานได้รับความเสียหาย ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บทั้งตำรวจกับทหารรวม 3 นาย โดยวันเดียวกันคนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่หน้ามัสยิดกลางอำเภอบันนังสตา ชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย

ส่วนวันที่ 4 กรกฎาคม เกิดเหตุระเบิดหน้าบริษัทจำหน่ายตั๋วโดยสารรถประจำทาง อยู่ห่างจากปากทางเข้ามัสยิดกลางปัตตานีเพียง 15 เมตร ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และตำรวจกับชาวบ้านบาดเจ็บรวม 2 ราย และเหตุก่อความไม่สงบเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม คนร้ายลอบวางระเบิดข้างมัสยิดกลางปัตตานี ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 3 นาย นอกจากนั้นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอโณทัย หน่วยเฉพาะกิจยะลา กู้ระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม ข้างเสาไฟฟ้าใกล้ รพ.สมเด็จพระยุพราชยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา รวมถึงเหตุสร้างความปั่นป่วนของคนร้ายลอบวางระเบิดรางรถไฟบริเวณรอยต่อระหว่างสถานีรถไฟรือเสาะ จ.นราธิวาส กับสถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา รางรถไฟเสียหายอย่างหนัก ส่งผลต่อความเดือดร้อนของประชาชนอย่างมากนั้น

ปัตตานี-ล่าแหล่งผลิตระเบิด 4

พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้สั่งเปิดแผนยุทธการ “แยกคนชั่ว ออกจากคนดี” หรือการปฏิบัติไม่ให้กลุ่มคนร้ายรวมตัววางแผนก่อเหตุร้ายได้ง่าย โดยใช้กำลังกำหนดพื้นที่เป้าหมายเป็นแหล่งกบดานและที่ใช้เป็นฐานสนับสนุนด้านต่างๆ ของคนร้ายที่ผู้ก่อความไม่สงบจัดเป็นชุดปฏิบัติการก่อเหตุทั้งการสนับสนุนซุกซ่อนอาวุธปืน และแหล่งประกอบวัตถุระเบิดให้กับกลุ่มทำหน้าที่วางระเบิดไปวางจุดต่างๆ เพื่อความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินในช่วงรอมฎอนที่ผ่านมา

Advertisement

เจ้าหน้าที่ถูกจัดแบ่งเป็นชุดคอยตั้งจุดตรวจหลักและจุดตรวจลอยในทุกเส้นทางที่ใช้สัญจร มีทั้งชุดติดตามหาข่าวการเคลื่อนไหว หากมีข้อมูลจะต้องจัดชุดเข้าตรวจพิสูจน์ทราบกดดันคนร้ายในทันที

พล.ต.พรศักดิ์กล่าวต่อว่า ช่วงแรกได้เปิดแผนการปฏิบัติในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เนื่องจากหลายแห่งเป็นหมู่บ้านพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ เป็นแหล่งกบดานและการประกอบวัตถุระเบิดให้กับชุดวางระเบิดกลุ่มต่างๆ ทั่วทั้งพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย มีแม่น้ำลำคลองเชื่อมโยงต่อกันหลายสาย และพบว่าคนร้ายมักใช้ความชำนาญในพื้นที่ป่าชายเลนที่ยังสมบูรณ์เป็นแหล่งพักพิงและประกอบระเบิดจำนวนหลายจุดด้วยกัน ประกอบกับเป็นพื้นที่ทางน้ำ ต้องใช้เรือเดินทางและยากที่จะเข้าถึงได้ง่าย

พล.ต.พรศักดิ์ระบุด้วยว่า หลักฐานจากซากชิ้นส่วนระเบิดในแต่ละเหตุมักพบว่าเป็นวัตถุที่นำมาประกอบคล้ายกัน จึงส่งหน่วยทหารเฉพาะกิจ เป็นทหารชุดเล็ก มีทักษะ ความอดทน และผ่านการฝึกฝนให้มีขีดความสามารถด้านการติดตามค้นหาอาวุธ โดยพาะวัตถุระเบิดในที่แหล่งเฉพาะ เป็นกำลังพลเดินลาดตระเวน การปฏิบัติจะกินนอนอยู่ในพื้นที่จนกว่าจะจบภารกิจ มีกำลังส่วนหนึ่งใช้เรือช่วยลาดตระเวน รวมไปกับการใช้เฮลิคอปเตอร์บินชี้เป้าทางอากาศ

ปัตตานี-ล่าแหล่งผลิตระเบิด 1

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คนร้ายได้ปรับเปลี่ยนการก่อเหตุรุนแรงรูปแบบใหม่ ล่าสุด วางระเบิดแสวงเครื่องบรรจุลงในกล่องพัสดุนำส่งฝากมากับรถตู้โดยสาร สายยะลา-หาดใหญ่ ระบุปลายทางเป็นจุดตรวจร่วมของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและ อส. ไม่มีการระบุชื่อผู้รับ กระทั่งเจ้าหน้าที่ อส.เปิดกล่องจึงพบกระป๋องนมผงมีสายไฟเชื่อมต่อกัน 2 กระป๋องพันด้วยเทปสีดำ จึงรีบแจ้งหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องประกอบในกระป๋องนม น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม บรรจุเหล็กตัดคละ ต่อวงจรจุดระเบิดด้วยสัญญาณวิทยุสื่อสาร โชคดีที่ อส.ดังกล่าวยึดการปฏิบัติตามขั้นตอนวิธีการฝึกที่เคร่งครัดและรีบแจ้งให้มีการตรวจสอบ จึงสามารถเก็บกู้ทำลายและทำให้ไม่มีใครได้รับอันตราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ต่อมา พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. (1) มีคำสั่งการด่วนที่สุดถึงทุกหน่วยกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง แจ้งเตือนขอให้ทุกหน่วยเพิ่มมาตรการป้องกันพัสดุไปรษณีย์หรือพัสดุที่ฝากส่งมากับรถตู้โดยสารหรือรถสาธารณะ ที่มักฝากให้กำลังพลในหน่วยเป็นปกติประจำ

นอกจากนั้น พล.ต.โภชน์ นวลบุญ ผบ.กองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีคำสั่งให้หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานทั้ง 12 หน่วยเฉพาะกิจ ตั้งฐานที่มั่นอยู่ทั่วทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของสงขลา เป็นหน่วยจรยุทธ์หลักเน้นควบคุมพื้นที่ป่าเขาสูง เขตรอยต่อแต่ละพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนเขตรอยต่อประเทศมาเลเซีย

พ.อ.ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผบ.หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 44 กล่าวว่า การปฏิบัติของหน่วยได้เน้นในพื้นที่ป่าเขา การจัดชุดขนาดเล็ก จำนวน 8-10 นาย ลาดตระเวน เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมักใช้พื้นที่ป่าเขาฝึกแนวร่วมรุ่นใหม่ เป็นแหล่งหลบซ่อนพักพิงและประชุมวางแผนทั้งก่อนและหลังการก่อเหตุ เป็นที่เก็บซ่อนอาวุธ อุปกรณ์ประกอบระเบิด

ปัตตานี-ล่าแหล่งผลิตระเบิด 2

เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผบ.ฉก.นราธิวาส พร้อมด้วย พ.ท.ทรงเดช ทรงนุ้ย ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ร่วมเดินทางไปกำชับเจ้าหน้าที่ทหารและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในการรักษาความปลอดภัยให้นายอดุลย์ ตอแลมา สารวัตรแขวงบำรุงทางตันหยงมัส และนายมงคล กล้าณรงค์ นายสถานีรถไฟรือเสาะ ที่นำเจ้าหน้าที่แขวงบำรุงทางซ่อมแซมรางรถไฟที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิด ตรงบ้านดือแย หมู่ 4 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา การซ่อมแซมรางรถไฟในวันนี้เป็นวันแรก เจ้าหน้าที่ได้รื้อและปรับโครงที่ชำรุด แล้วใช้รถแบ๊กโฮปรับและตักกองหินถมหลุมระเบิดทั้ง 2 หลุม ลึก 2 เมตร กว้าง 2 เมตร พร้อมรถแบ๊กโฮวิ่งบดพื้นดินให้แข็งแรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่แขวงบำรุงวางท่อนหมอนปูนซีเมนต์รองรับรางรถไฟ คาดว่าการซ่อมแซมรางครั้งนี้จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 13 กรกฎาคม โดยมี ส.ท.วีระวัฒน์ กิจจักร ผบ.หมู่ปืนเล็ก ร้อย ร.15113 ฉก.นราธิวาส 30 และชุด ชรบ.ในการรักษาความปลอดภัยขณะปฏิบัติงานตลอดทั้งวัน

ปัตตานี-ล่าแหล่งผลิตระเบิด 6