ด่วน ติดเชื้อเพิ่มอีก 89 ราย ส่วนใหญ่วัยหนุ่มสาว

21.03.20 | 12:04 น.

ด่วน ติดเชื้อเพิ่มอีก 89 ราย ส่วนใหญ่วัยหนุ่มสาว

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศเขตสุขภาพที่ 10 พร้อมด้วย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สถานการณ์ในประเทศไทย พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มใหม่ 89 ราย นับเป็นรายที่ 323-411 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่มดังนี้ กลุ่มที่ 1 เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันเดิมและเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 51 ราย ได้แก่ 1.เกี่ยวข้องกับ สนามมวยจำนวน 32 ราย กระจายอยู่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) อุบลราชธานี นนทบุรี สมุทรปราการ กาญจนบุรี ลพบุรี ปทุมธานี สุราษฎร์ธานี และสุรินทร์ 2.เกี่ยวข้องกับ สถานบันเทิง จำนวน 2 ราย ได้แก่สถานที่ท่องเที่ยวเอกมัย สุขุมวิท และมีการเดินทางไปยัง จ.เชียงราย
3.เกี่ยวข้องกับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาในประเทศมาเลเชีย 6 ราย ซึ่งอยู่ใน จ.ปัตตานี นราธิวาส และ ยะลา
4.ผู้ป่วยที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีการรายงานมาก่อนหน้านี้ จำนวน 11 ราย

กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ มีจำนวน 38 ราย ได้แก่ 1.ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 12 ราย เป็นชาวไทย 6 รายและชาวต่างชาติ 6 ราย ซึ่งหลายลายมีประวัติเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในสถานบันเทิง ต่างประเทศ เช่น ปอยเปต 2.ผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่แออัดที่จะต้องใกล้ชิดกับคนจำนวนมาก หรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ จำนวน 6 ราย ได้แก่ ค้าขาย พนักงานเสิร์ฟ พนักงานขาย พนักงานสถานบันเทิงและพนักงานขับรถ 3.ผู้ป่วยกลุ่มที่รอการสอบสวนโรค และประวัติเสียงเพิ่มเติมจำนวน 20 ราย

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักมีจำนวนเพิ่มขึ้น 4 รายจากเดิม 3 รายรวมเป็น 7 ราย โดยผู้ป่วยอาการหนักรายใหม่รักษาตัว อยู่ที่โรงพยาบาล (รพ.) ศิริราช 1 ราย รพ.ราชวิถี 1 รายและ รพ.สังกัดเอกชน 2 ราย ซึ่งทีมแพทย์จะต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด

Advertisement

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สรุปรวมประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยัน 411 ราย กลับบ้านแล้ว 44 ราย และรักษาอยู่ในโรงพยาบาลจำนวน 366 ราย มีผู้ป่วยอาการหนัก 7 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

“ขณะนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาวและวัยทำงานเนื่องจากไม่มีการลดกิจกรรมทางสังคม ไม่เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลจึงทำให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่ผู้ใกล้ชิดในครอบครัวรวมถึงเพื่อน โดยเฉพาะโรคนี้มีความรุนแรงในกลุ่มที่เปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็กและผู้ที่มีโรคประจำตัว นอกจากนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากที่เกิดความวิตกกังวล และขอเข้ารับการตรวจทางห้องปฏิบัติการมากขึ้น สธ.จึงขอเน้นย้ำว่า หากผู้ที่ยังไม่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ยังไม่ควรเข้ารับการตรวจหาเชื้อเนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระให้แก่โรงพยาบาล” นพ.ทวีศิลป์กล่าว