“อนุทิน” ประกาศความมั่นใจ สถานทูตสวิตฯ จัดการโควิด-19 ได้

21.03.20 | 17:55 น.

“อนุทิน” ประกาศความมั่นใจ สถานทูตสวิตฯ จัดการโควิด-19 ได้

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่ สถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วย นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดสธ. และนพ.แดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย บรรยายสรุปสถานการณ์ และมาตรการของไทยในการควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ตามคำเชิญของเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย โดยมีเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย นักการทูตจากประเทศต่างๆ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมฟัง

นายอนุทิน กล่าวว่า ไทยมีความพร้อมรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น สามารถบริหารจัดการทรัพยากร ทั้งสถานพยาบาล บุคลากร ห้องปฏิบัติการ และเวชภัณฑ์ รวมทั้งได้ประสานโรงพยาบาล(รพ.)เอกชนให้ความร่วมมือในการรับดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 นอกจากนี้ ไทยได้ประสานงานกับรัฐบาลจีนและญี่ปุ่น จัดซื้อยาแบบรัฐต่อรัฐ และได้รับการสนับสนุนด้านยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากภาคเอกชน Jack Ma Foundation โดยทีมงานของ สธ.ที่มีประสบการณ์การควบคุมโรคระบาด ทำตามนโยบายที่วางแผนทำงานล่วงหน้าก่อนสถานการณ์หนึ่งขั้น ทำให้องค์การอนามัยโลกและหลายประเทศเชื่อมั่นต่อมาตรการการควบคุมโรคของไทย และพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของไทยด้วย

“ชื่นชมและขอบคุณบุคลากรของ สธ. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี เสียสละ และหัวใจสำคัญในการควบคุมการระบาดของโรคคือ ความร่วมมือของประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล และการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ซึ่งเป็นมาตรการด้านสาธารณสุขที่ทั่วโลกยอมรับว่าสามารถลดการแพร่กระจายของเชื้อได้” นายอนุทิน กล่าว

Advertisement

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามประกาศของสถาบันการบินพลเรือนที่เอกอัครราชทูตหลายประเทศแสดงความกังวลนั้น จะนำเรื่องนี้ไปพิจารณา ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอันดับต้นๆ มีความรอบคอบในการออกมาตรการต่างๆ มุ่งเน้นการจัดการควบคุมการระบาดของโรคที่ขณะนี้เป็นการติดเชื้อภายในประเทศไทย

ด้าน นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ระบบสุขภาพของไทยมีความเข้มแข็ง ทั้งระบบการรักษา ประชาชนทุกคนมีหลักประกันสุขภาพ มีสถานพยาบาลครอบคลุมทุกระดับ ทั้งในกรุงเทพมหานคร(กทม.) รพ.ประจำจังหวัด รพ.ชุมชนทุกอำเภอ และ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกตำบล และระบบการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ซึ่งมีนักระบาดวิทยากระจายตัวอยู่ในทุกเขตสุขภาพ ทำงานอย่างรวดเร็ว

นพ.แดเนียล กล่าวว่า โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เป็นเชื้อไวรัสใหม่ ไม่มีระบบสุขภาพของประเทศใดในโลกเคยพบ และได้เตรียมการรับมือกับโรคนี้มาก่อน สิ่งที่ระบบสุขภาพของประเทศไทยดำเนินการจัดการกับการระบาดของโรคนี้ ถือว่าอยู่ในระดับดีเยี่ยม ด้วยการป้องกันการติดเชื้อ หากติดเชื้อก็ทำการรักษาเพื่อป้องการตาย การตอบสนองของระบบสุขภาพไทย (public health response) ต่อสถานการณ์การระบาดที่ทำได้ดีเยี่ยมอยู่แล้วนั้น จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ต้องทำการขยายลงไปในระดับภูมิภาคและจังหวัดต่างๆ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน