เลขาฯศาลยุติธรรม ร่วมมืออธิบดีกรมคุก เชื่อมข้อมูลผู้ต้องขังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ลดการเบิกตัวจำเลยมาศาล

24.03.20 | 10:04 น.

เลขาฯศาลยุติธรรม ร่วมมือ อธิบดีกรมคุก เชื่อมข้อมูลผู้ต้องหา-จำเลย ออก,ส่งหมายอาญาพัฒนาใช้คอนเฟอเรนซ์-ระบบอิเล็กทรอนิกส์อ่านคำพิพากษา คำสั่งไปยังเรือนจำ เพิ่มความปลอดภัยยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ โฆษกศาลชี้ เป็นเรื่องดีลดการเสี่ยงโควิด-19 ระบาด

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 24 มีนาคม ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม และ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ นำระบบดิจิทัลมาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลย การบริหารโทษของผู้ต้องขัง และการรักษาความปลอดภัยในเรือนจำ


นายสราวุธกล่าวว่า สำนักงานศาลยุติธรรมเล็งเห็นความสำคัญของการบูรณาการและการเชื่อมโยงข้อมูลระบบสารสนเทศระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ และสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน จึงได้ร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลระบบฐานข้อมูลผู้ต้องขังและร่วมกันพัฒนาระบบการออกหมายอาญา, การส่งและรายงานผลตามหมายอาญา, การรับส่งข้อมูลคำพิพากษาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง, ระบบการนำข้อมูลของผู้ต้องขังมาใช้ประกอบการพิจารณาคำขอปล่อยชั่วคราวโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์, การดำเนินงานเกี่ยวกับการผัดฟ้อง ฝากขัง โดยการสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ (Video Conference, การอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลสูงและศาลชั้นต้นในลักษณะการประชุมทางจอภาพระหว่างศาลกับเรือนจำ, การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและขั้นตอนการดำเนินคดีและสิทธิแก่ผู้ต้องขัง

นายสราวุธล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการตามความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหาและจำเลย นอกจากนี้ยังช่วยลดการเบิกตัวจำเลยมาศาล ลดการใช้เครื่องพันธนาการ ลดความเสี่ยงในการหลบหนีเมื่อมีการควบคุมจำเลยมาศาล และทำให้ในคดีอาญาบางคดีที่มีจำเลยหลายคนและต้องขังอยู่คนละเรือนจำได้รับสิทธิจากผลของการอ่านคำพิพากษาและคำสั่งของศาลชั้นต้นพร้อมกัน รวมทั้งช่วยให้จำเลยและคู่ความสามารถเข้าถึงการอำนวยความยุติธรรมได้อย่างสะดวกและรวดเร็วอีกด้วย

Advertisement

ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการตามความร่วมมือดังกล่าวนอกจากจะเป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหาและจำเลยระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์แล้ว ยังสามารถลดภาวะความเสี่ยงในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ โดยการลดการเบิกตัวผู้ต้องหาและจำเลยมาศาลอีกด้วย