ศาลแขวงปทุมวันสั่งกักขัง 15 วัน หนุ่มป้ายน้ำลายบนลิฟต์บีทีเอส

24.03.20 | 14:09 น.

กรณีมีชายไทยได้ป้ายน้ำลายตามตำแหน่งต่างๆ ในลิฟต์สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬา และปรากฏภาพตามสื่อสังคมออนไลน์เป็นวงกว้าง สร้างความวิตกให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม สน.ปทุมวัน ได้เชิญผู้ต้องหาไปยัง รพ.ตำรวจ เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งตรวจสุขภาพจิต และได้นัดให้มาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับผลการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 จากศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมทั้งผลตรวจสุขภาพจิตจากโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งผลปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเป็นผู้มีสุขภาพจิตปกติ จึงได้เชิญตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ เพื่อทำการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจา โดยพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องศาลแขวงปทุมวัน ให้ลงโทษในข้อหา “ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของแข็งตกลง ณ ที่ใดๆ โดยประการที่น่าจะเป็นอันตรายหรือเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคล หรือเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนหรือน่าจะเปรอะเปื้อน ตัวบุคคล หรือทรัพย์ หรือแกล้งทำให้ของโสโครกเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 389 โดยในท้ายคำฟ้องพนักงานอัยการได้ขอศาลได้โปรดลงโทษในอัตราสูงสุด เนื่องจากในช่วงเวลานี้เป็นช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งผู้กระทำผิดจะต้องมีความตระหนักถึงความปลอดภัยของส่วนรวม และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโดยเคร่งครัด


โดยศาลแขวงปทุมวันพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 15 วัน โดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ณ สถานกักขังกลาง จังหวัดปทุมธานี

ต่อมา ศาลแขวงปทุมวัน พิจารณาเเล้วอนุญาตให้ประกันตัวหนุ่มป้ายน้ำลายลิฟท์บีทีเอส ราคาประกัน 5,000 บาท