สนช.ชูหน่วยขับเคลื่อนฯ เพื่อสังคมภาคเหนือ หนุนงบ 4.5 ล้านบาท สร้าง 15 นวัตกรรมตอบโจทย์แก้ไขปัญหาชุมชน

28.03.20 | 12:45 น.

สนช.ชูหน่วยขับเคลื่อนฯ เพื่อสังคมภาคเหนือ
หนุนงบ 4.5 ล้านบาท สร้าง 15 นวัตกรรมตอบโจทย์แก้ไขปัญหาชุมชน

นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า สนช.ดำเนินโครงการนวัตกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการสร้างและต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการดำเนินงานแบบใหม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมในเชิงบวกได้ เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ซึ่งหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่ โดยจะมีการจัดตั้งหน่วยขับเคลื่อนฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อช่วยพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาทางสังคมหรือตามความต้องการของชุมชนในพื้นที่นั้น ๆ และสนับสนุนการนำผลงานดังกล่าวไปใช้แก้ปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

พันธุ์อาจ ชัยรัตน์

ผอ.สนช.กล่าวต่อว่า สำหรับหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม ประจำพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 2 สนช.ร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งเป็นหน่วยขับเคลื่อนฯ ล่าสุดที่ สนช.ก่อตั้งขึ้น เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคมที่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาของชุมชนและพื้นที่ภาคเหนือตอนบนโดยเฉพาะ ทั้งนี้ มีผลงานเข้าร่วมนำเสนอทั้งสิ้น 20 ผลงาน โดยมีนวัตกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร การจัดการขยะ การจัดการปัญหาหมอกควัน การส่งเสริมสุขภาพ การให้คำปรึกษาด้านอาชีพ และด้านสวัสดิการสังคม สำหรับการคัดเลือกนี้ จะมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจาก สนช. มหาวิทยาลัยพะเยา และตัวแทนหน่วยงานในพื้นที่ ผ่านเกณฑ์ 3 ด้าน ได้แก่ 1. ความเป็นนวัตกรรมของผลงาน 2. ผลกระทบเชิงสังคม และ 3. ความยั่งยืนของโครงการ ทั้งนี้มีผลงานที่มีศักยภาพผ่านเกณฑ์การคัดเลือกทั้งสิ้น 15 ผลงาน คิดเป็นมูลค่าการสนับสนุนรวม 4.5 ล้านบาท

Advertisement

นายพันธุ์อาจ กล่าวอีกว่า สำหรับตัวอย่างผลงานที่ได้รับการคัดเลือก อาทิ Caring Guide: แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน,Chat bot ให้คำปรึกษา การจำหน่ายสินค้าและบริการ , เครื่องอัดวัสดุชีวมวลแบบเคลื่อนที่เพื่อลดการเผาป่าและหมอกควัน เป็นต้น

นายพันธุ์อาจ กล่าวอีกว่า นอกจากหน่วยขับเคลื่อนฯ ในจ.พะเยาแล้ว NIA ยังได้ดำเนินการจัดตั้งหน่วยขับเคลื่อนฯ อีก 7 หน่วยทั่วทุกภูมิภาค ได้แก่ 1. หน่วยขับเคลื่อนฯ ประจำพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 1 ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 2. หน่วยขับเคลื่อนฯ ประจำพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร 3. หน่วยขับเคลื่อนฯ ประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ร่วมกับมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ 4. หน่วยขับเคลื่อนฯ ประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 5. หน่วยขับเคลื่อนฯ ประจำพื้นที่ภาคกลาง ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 6. หน่วยขับเคลื่อนฯ ประจำพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยทักษิณ และ 7. หน่วยขับเคลื่อนฯ ประจำพื้นที่ภาคใต้ชายแดน ร่วมกับมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์