รองผู้ว่าฯกทม.ขอตรวจสอบ ‘แอร์โบ๊ต’ อ้างไม่เชี่ยวชาญ โฆษกเผย ‘ชายหมู’ ไร้กังวลอุโมงค์ไฟ

12.07.16 | 17:18 น.

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่มีการนำเสนอผ่านสื่อมวลชนระบุถึงการจัดซื้อเรือผิวน้ำขับเคลื่อนด้วยกำลังลม (แอร์โบ๊ต) และเครื่องฉีดโฟมระบายควันพร้อมรถตีนตะขาบบังคับวิทยุระยะไกล ซึ่งขณะนี้เก็บไว้ที่สถานีดับเพลิงสามเสน และอยู่ระหว่างรอส่งมอบไปยังสถานีดับเพลิงต่างๆ และมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดซื้อนี้มีความไม่เหมาะสมต่อการใช้งาน เนื่องจากแอร์โบ๊ตเป็นเรือผิวน้ำหากใช้ในแม่น้ำเจ้าพระยาอาจจะมีปัญหาล่มได้ หรือถ้าใช้ในแม่น้ำลำคลองบางพื้นที่อาจจะติดสะพานข้ามคลองซึ่งไม่เหมาะสมกับการใช้งานเช่นกัน รวมทั้งยังมีราคาแพง 4 ชุด มีราคาถึง 39.2 ล้านบาท ว่า ยังไม่ทราบถึงเรื่องดังกล่าว และไม่ทราบว่าลักษณะของเรือเป็นอย่างไร เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่เชื่อมั่นในการทำงานของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม.มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาในการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องการดับเพลิง ในการเลือกอุปกรณ์ต่างๆ มีความเชี่ยวชาญในการคัดเลือกโดยเฉพาะ มีวิจารณญาณ และว่า ก่อนที่ทุกฝ่ายจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ควรจะหาเหตุผลที่มาที่ไปก่อน

“คงไม่มีใครที่อยากจะซื้ออะไรที่ไม่มีความจำเป็นเข้ามาใช้ในหน่วยงานตัวเอง ฉะนั้นการจัดซื้อที่ใช้งบประมาณจำนวนมากและต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายทุกอย่างตามระเบียบพัสดุด้วย ฉะนั้นต้องมีการประกาศเงื่อนไขการจัดซื้อทั้งหมดต่อสาธารณะ โดยขึ้นในเว็บไซต์เสียก่อน ซึ่งในช่วงเวลานั้นถ้ามีใครที่เห็นว่าไม่เหมาะไม่ควรก็ควรจะโต้แย้งตั้งแต่ตอนนั้น หากมีการโต้แย้งก็จะมีการสอบทาน แต่หากมีการประกาศแล้วไม่มีใครโต้แย้งเลย คือกระบวนการนั้นถูกต้องแล้วก็จะเดินหน้าดำเนินการต่อ หมายถึงได้สิ่งของมาใช้งานแล้ว” นายอมร กล่าวและว่า เชื่อว่าการจัดซื้อต้องมีบางส่วนที่ไม่ชอบ แต่ต้องเคารพในการจัดซื้อของ กทม.ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ยินดีที่จะเปิดเผยการจัดซื้อและข้อมูลทั้งหมดต่อสาธารณชน ไม่มีการซ่อนเร้นใดๆ ทั้งสิ้น “ผมจะสอบถามหลักการและเหตุผลในการเลือกเรือหรืออุปกรณ์ประเภทนี้มาใช้งาน และรีบชี้แจงสื่อมวลชนต่างๆ ให้เร็วที่สุดเพื่อความชัดเจน” นายอมร กล่าว

ด้านนายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีที่นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) มีหนังสือถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ตามมติของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เอาผิดทางอาญากับผู้ว่าฯ กทม.และเอาผิดทางวินัยกับข้าราชการ กทม.ที่ถูกชี้มูลความผิดในโครงการไฟประดับ 39 ล้านบาท ว่า ผู้ว่าฯ กทม.ได้รับหนังสือแล้ว และไม่ได้กังวลอะไร ได้ให้นายพีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัด กทม.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามที่ปลัด มท.ส่งหนังสือมา ซึ่งมี 2 เรื่อง คือ ดำเนินคดีอาญากับผู้ว่าฯกทม.และดำเนินการด้านวินัยกับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง
“เรื่องนี้เป็นการส่งมติของ คตง.มาตามปกติ ไม่ใช่มติของ มท.ในทางปฏิบัติต้องดูอำนาจหน้าที่ กทม.เพราะในหนังสือระบุว่าให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของ กทม. ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการ มท.ก็ระบุว่าให้กระบวนการสิ้นสุดก่อน ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” นายวสันต์ กล่าว