หลายหน่วยงานช่วยซ่อมแซมเรือนแพผุพังสองตายายพิการชราริมน้ำน่านพิษณุโลก
จากกรณีสองตายายต้องอาศัยอยู่ในแพ ซึ่งมีสภาพเก่ารอวันผุพังตามกาลเวลา เสี่ยงต่อแพล่มหากมีระดับน้ำในแม่น้ำน่านสูงขึ้น กระทั่งทหารจากกองบิน 46 รุดช่วยเหลือ ก่อนที่หน่วยงานอื่น ๆ จะทยอยส่งสิ่งของสนับสนุนโดยเฉพาะถังแกลลอนสำหรับหนุนแพนั้น
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม น.อ.ขจรฤทธิ์ แก้วอำไพ ผอ.ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน 46 ได้จัดส่งกำลังพล พร้อมผู้ควบคุมจำนวน 15 คน เข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ซึ่งอาศัยอยู่บนแพริมแม่น้ำน่าน ถนนพุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หลังได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากนายหนึ่ง สีดวง อายุ 40 ปี ช่างเครื่องยนต์เต้นท์จำหน่ายรถมือสองย่านมหาวิทยาลัยนเรศวร บุตรชายเจ้าของแพ โดยก่อนหน้านี้ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจพบว่า สภาพแพนั้นมีความทรุดโทรมเป็นอย่างมาก และได้รับความเสียหายหากระดับน้ำในแม่น้ำน่านสูงขึ้นกว่านี้ อีกทั้ง ยังพบว่า นายเจริญ บุษดี อายุ 79 ปี บิดาของนายหนึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ และยังเป็นโรคปอดติดเชื้อรวมทั้งลิ้นหัวใจรั่ว มีเพียง นางมูล สีดวง อายุ 69 ปี ภรรยาเป็นคนคอยดูแล
“ทางหน่วยป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กองบิน 46 กองกิจการพลเรือน ได้ทำทางขึ้นลง ให้ใหม่ พร้อมทั้งนำข้าวสาร เครื่องอุปโภค ช่วยเหลือในบางส่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น นอกจากนี้ทางเทศบาลนครพิษณุโลกสนับสนุนถังแกลลอนสำหรับหนุนแพ 8 ถัง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สนับสนุน 6 ถัง และนายอำเภอเมืองพิษณุโลกใช้เงินส่วนตัวซื้อถังแกลลอนมอบให้อีก 4 ถัง” น.อ.ขจรฤทธิ์ กล่าว
ด้าน นายหนึ่ง กล่าวว่า ตนเองมีรายได้ไม่มากนัก ปัจจุบันต้องเช่าบ้านอยู่และเลี้ยงดูภรรยาและบุตร แต่ก็พอจะแบ่งเงินมาซื้อข้าวปลาอาหารให้พ่อกับแม่กินได้บ้าง หากมีเวลาแวะมาเยี่ยมเยียน แต่รายได้ของตนไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมแพที่เก่าและผุพังมากแล้ว จึงได้ชวนพ่อกับแม่ไปอยู่ด้วยที่บ้านเช่าก็ไม่ยอมไป เพราะชีวิตพ่อกับแม่ผูกพันกับแพหลังนี้มานานมากแล้ว ทุกวันนี้จะมีน้องสาวตนมาคอยดูแลพ่อที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดที่นอนหรือซักเสื้อผ้า ต้องขอขอบคุณทางกองบิน 46 และหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาให้ความช่วยเหลือพ่อกับแม่ของตนด้วย




