ดีเอสไอเร่งหาปลายทางสั่งจ่ายเช็คคดี”พระธัมมชโย”คาดทันอัยการสั่งคดีสิ้นเดือน ส.ค.

13.07.16 | 13:38 น.
(แฟ้มภาพ) พ.ต.อไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ

ดีเอสไอเร่งหาข้อมูลปลายทางสั่งจ่ายเช็ค คดีพระธัมมชโยกับพวก คาดทันอัยการสั่งคดีสิ้นเดือนส.ค.

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าการดำเนินกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหามคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ในสำนวนคดีพิเศษที่ 27/2559 ซึ่งมีผู้ต้องหารวม 5 คน หลังพนักงานอัยการได้เลื่อนการพิจารณาความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องออกไปเป็นวันที่ 11 ส.ค.นี้ ว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา เท่าที่ทราบจากพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษจะแจ้งให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งตรงนี้ตนทราบจากสื่อ แต่ยังไม่เห็นหนังสือจากพนักงานอัยการ ซึ่งจะมีอยู่ 2 ส่วน คือ 1.การบริหารงานภายในวัดพระธรรมกาย และ 2.เส้นทางการเงิน ซึ่งทางพนักงานอัยการคดีพิเศษอยากจะให้เห็นเส้นทางการเงินตั้งแต่ก่อนที่จะมีการทุจริต โดยต้องสืบสวนลึกลงไปตั้งแต่ก่อนปี 2552 ว่าสถานะการเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ก่อนหน้านั้นเป็นอย่างไร จนกระทั่งมีการทุจริตเพื่อจะได้นำไปประกอบสำนวนการสอบสวนทั้งหมด ซึ่งในส่วนนี้บางเรื่องเราก็ได้มีการดำเนินการไปแล้ว ทั้งนี้ การสอบสวนเพิ่มเติมนั้น หากเรื่องไหนเสร็จแล้วเราก็จะส่งให้กับพนักงานอัยการพิจารณาได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นที่มีการเรียกพระ 5 รูป ของวัดพระธรรมกายมาสอบปากคำ ก่อนที่พระทั้งหมดจะขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำเป็นวันที่ 22 ก.ค.นี้ ว่า จากการสืบสวนสอบสวนของเราพระทั้ง 5 รูป เป็นพระที่บริหารในวัดพระธรรมกาย โดยเหตุผลที่พระทั้ง 5 รูป ได้แจ้งขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำออกไปเป็นวันที่ 22 ก.ค.นี้ เนื่องจากติดศาสนกิจจึงไม่สามารถเดินทางมาตามนัดได้ ทั้งนี้ หากพระ 5 รูป จะมีการขอเลื่อนนัดออกไปอีกนั้น ทางดีเอสไอก็จะพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการสอบสวนเพิ่มเติมที่พนักงานอัยการสั่งนั้น คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้ก็จะแล้วเสร็จ

เมื่อถามต่อว่า พระ 5 รูป ที่ดีเอสไอเรียกสอบนั้น ประเด็นที่ดีเอสไอสอบจะมีความสำคัญในการทำให้สำนวนคดีมีความสมบูรณ์มากขึ้น และมั่นใจในการสั่งฟ้องได้มากขนาดไหน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ดีเอสไอได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้พนักงานอัยการไปแล้ว แต่ในมุมมองของพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการอาจจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพนักงานอัยการอาจจะมองภาพรวมทั้งหมดเลย และคดีที่เราทำมันหลายคดีมาก ตั้งแต่การลักทรัพย์นายจ้าง การฉ้อโกงประชาชน และการฟอกเงิน ซึ่งทุกอย่างเกี่ยวพันกันหมด ดังนั้น พนักงานอัยการไม่ได้เห็นเรื่องตั้งแต่แรก ก็อยากจะเห็นภาพรวมของคดีทั้งหมดตั้งแต่ที่มาของเงิน ก่อนการทุจริตเป็นอย่างไร มีเส้นทางการเงินไปมาที่ไหนบ้าง และในส่วนของพระหรือวัดเข้าไปเกี่ยวข้องตอนไหนบ้าง และเงินที่เกี่ยวข้องในส่วนของวัด ผู้บริหารของวัดมีใครเกี่ยวข้องบ้าง

ถามอีกว่า จากการสอบสวนของดีเอสไอพบว่ามีพระในวัดพระธรรมกายที่จะมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการโอน ย้าย ถ่ายเทเงินของพระธัมมชโยบ้าง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า รายละเอียดของสำนวนการสอบสวนตนไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ในประเด็นที่พนักงานอัยการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ก็ชัดเจนว่าเป็นเรื่องการบริหารงานภายในวัดที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินด้วย

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ดีเอสไอจะมีการขอหมายค้นวัดพระธรรมกายรอบ 2 หรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการประเมินความพร้อม ซึ่งตนเรียนหลายครั้งแล้วว่า ในส่วนสำนวนการสอบสวนเราได้ส่งไปแล้ว ส่วนการสอบสวนเพิ่มเติมเราก็ดำเนินการอยู่ ส่วนการดำเนินการตามหมายจับที่ศาลอนุมัติหมายจับไว้ เราประเมินสถานการณ์และทุกวันนี้ก็ยังมีการรายงานการสืบสวนและดูสถานการณ์ในเวลาที่เหมาะสมดำเนินการ ทั้งนี้ ต่อข้อสักถามที่ว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัดหรือไม่นั้น จากการข่าวทราบว่าพระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัด

รายงานข่าวแจ้งว่า ดีเอสไอได้หารือกับพนักงานอัยการคดีพิเศษ ที่รับผิดชอบสำนวนคดีดังกล่าวในช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะสั่งคดีดังกล่าวในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม เนื่องจากข้อมูลที่อัยการให้ดีเอสไอสอบเพิ่มเติม ในส่วนของเส้นทางเงินยังไม่แล้วเสร็จ เพราะยังไม่สามารถปลายทางของเช็คที่สั่งจ่ายได้ครบดังนั้นจึงต้องขยายเวลาในหารพิจารณาสั่งสำนวนคดีดังกล่าวออกไปเป็นช่วงสิ้นเดือนส.ค.นี้ ทั้งนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งหารวบรวมเอกสารดังกล่าวให้ทันอัยการสั่งคดี เนื่องจากต้องไปค้นที่โกดังเก็บเอกสารของธนาคาร ที่เกี่ยวข้อง