สรุปผลสอบ12ตร.ประชาชื่น คดี’หญิงไก่’14ก.ค.นี้-แง้มมีบกพร่อง’ไม่ตรวจสำนวน-ไม่เก็บหลักฐาน’

13.07.16 | 17:22 น.
นางไก่ (แฟ้มภาพ)

ความคืบหน้าคดีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ถูกตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จ พยายามค้ามนุษย์ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ก่อนนำตัวไปควบคุมที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วนผู้เสียหายที่ถูกนางมณตาแจ้งความเท็จในคดีลักทรัพย์นายจ้างที่ สน.ประชาชื่น เข้าร้องเรียนพนักงานสอบสวนที่รับคดี จนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนข้อเท็จจริง นอกจากนี้นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มอบข้อมูลบุคคลใกล้ชิดนางไก่สูญหาย 2 รายกับตำรวจ มีทั้งนายสุนทร หรือโก้ ขันหิน คนขับรถคนสนิท และเศรษฐินีเจ้าของที่ดินใน จ.อุดรธานี

อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมานายสุนทร หรือโก้ ได้ติดต่อเข้าพบตำรวจบก.ป.ในวันที่ 22 กรกฎาคมนั้น ขณะที่พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พนักงานสอบสวนสน.ประชาชื่น ที่ทำสำนวนคดีที่นางไก่ แจ้งความสาวใช้ฐานลักทรัพย์รวม 9 คดีว่าบกพร่องหรือไม่ โดยมีพล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวนนั้น

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงคณะพนักงานสอบสวนที่ทำคดี นางไก่ แจ้งความเอาผิดลูกจ้างว่าลักทรัพย์นายจ้างจำนวน 9 คดี เหตุเกิดในท้องที่ สน.ประชาชื่น ว่า มีความคืบหน้าไปมาก มีการพิสูจน์ทราบความถูกผิด และจะดำเนินคดีเพิ่มเติมในเรื่องไหน พอใจในระดับหนึ่ง ภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีความชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการสอบข้อเท็จจริงน่าจะมีพนักงานสอบสวนหรือตำรวจที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกี่คน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนที่รับคดีนี้มี 5 คน และมีหัวหน้างาน มีผู้ที่ต้องควบคุมการปฏิบัติ ต้องตรวจสอบดูว่าได้ตรวจตราดูแลเอาใจใส่ เพราะในสำนวนการสอบสวน ตามคำสั่ง ตร.ที่ 419 ระบุไว้ชัดเจนว่า ต้องตรวจสำนวนเมื่อไหร่ ยังไง บางสำนวนเอกสารมีกี่ชิ้น มีกี่แผ่นเกิดจากอะไร คงจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องในคดีนี้ถึง10 คนหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวน 5 คน และมีผู้บังคับบัญชาพนักงานสอบสวนอีกบางส่วน ได้ไปตรวจสอบดูแลเอาใจใส่หรือไม่ ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน อย่างที่บอกถ้ายึดหลักความถูกต้องคงไม่มีเหตุอย่างนี้เกิดขึ้นแน่นอน ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ถ้าพบว่ามีการกระทำผิดทั้งในเรื่องกฎหมายและในเรื่องระเบียบการปฏิบัติต้องว่ากันไป

Advertisement

เมื่อถามว่าพนักงานสอบสวนมีการอ้างว่า นางไก่บังคับให้ตำรวจดำเนินคดีกับลูกจ้างที่ถูกแจ้งความ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ย้ำกับพนักงานสอบสวนไว้แล้วว่า ท่านเป็นต้นธารแห่งกระบวนการยุติธรรม ใครจะมาบีบบังคับ ใครจะมากดดัน ไม่ต้องไปสนใจ ถ้าเราปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ไม่ต้องมาอ้างหรอกว่าถูกกดดัน หากเป็นอย่างนั้นก็แย่ ไม่ได้หรอก ความเป็นธรรมต้องเกิดกับทุกฝ่ายทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา ไม่ใช่ให้ความเป็นธรรมเฉพาะฝ่ายกล่าวหาอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นใครก็มากล่าวหาคนอื่นเรื่อยเปื่อย

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ส่วนการคาดโทษ หากพบบกพร่องโดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนา ไม่ได้ทุจริต ถือว่าผิดวินัยไม่รุนแรงจะพิจารณาตามขั้นตอนตามกฎ ก.ตร. แต่หากพบว่าทุจริตผิดวินัยร้ายแรง ต้องไล่ออก

ด้านพล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น.กล่าวว่า คณะกรรมการประชุมพิจารณาความบกพร่องทั้ง 9 สำนวน ยังไม่แล้วเสร็จเนื่องจากคณะกรรมการมีข้อสงสัยในเอกสารที่ระบุว่าในช่วงเวลาที่มีการแจ้งความทั้ง 9 คดี ใครเป็นผู้รับผิดชอบสำนวนการสอบสวนบ้าง จำเป็นต้องนำเอกสารมาวินิจฉัยเพิ่มเติมในกฎระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตาม ป.วิอาญา เพื่อความชัดเจนในการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีพนักงานสอบสวนหรือผู้บังคับบัญชาระดับใดบ้างที่บกพร่องในการทำสำนวนการสอบสวน โดยวันนี้คงมีการประชุมต่อ ส่วนการสรุปผลคาดว่าจะเสร็จทันในวันที่ 14 กรกฎาคม เพื่อแถลงข้อมูลอีกครั้งเวลา 13.00 น.

พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสำนวนในลักษณะเช่นนี้นอกจากพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนั้นๆ แล้ว ระเบียบคำสั่ง ตร.ที่419 ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้ระดับหัวหน้างานสอบสวน ระดับ ผกก. หัวหน้าสถานี และรอง ผบก. ที่รับมอบหมายจากผบก. ดูแลงานสอบสวน มีหน้าที่ในการตรวจสำนวนการสอบสวนให้เป็นไปตามระเบียบคำสั่ง ตร.ที่ 419 และเป็นไปตาม ป.วิอาญา สำหรับนายตำรวจที่ต้องถูกตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นมีตั้งแต่ระดับรอง ผบก.-รอง สว. 12-13 คน ส่วนการพิจารณาให้ช่วยราชการหรือไม่ ต้องรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กรกฎาคมก่อน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับพนักงานสอบสวนด้วย ว่าเขาปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่

พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าต้องมีพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบสำนวนบางสำนวนจาก 9 สำนวน ถูกตั้งข้อหาผิดระเบียบ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 419 ไม่ปฏิบัติตาม ป.วิอาญา 131 เพราะมีความบกพร่องในเรื่องไม่ตรวจสำนวน รวมถึงการทำสำนวนล่าช้า รวบรวมพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน และไม่รวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน รวมถึงสอบสวนไม่ครบประเด็น การใช้ดุลพินิจโดยไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความบกพร่องในการทำสำนวนคดีอาญา

เมื่อถามว่าคดีลักทรัพย์นายจ้าง ต้องมีการตรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน การใช้ดุลพินิจต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้ง 9 สำนวนคดี มีบางคดีที่ไม่ได้ให้พิสูจน์หลักฐานลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม มีความผิดปกติเกิดขึ้น ทางบช.น.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)จึงได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้น

เมื่อถามว่า ข้อหาที่มีการตั้งขึ้นมาเจ้าทุกข์เป็นคนตั้งหรือพนักงานสอบสวนฟังข้อเท็จจริงแล้วพิจารณาตั้งข้อหาเอง พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะเป็นผู้แจ้งความตามข้อกล่าวหา ผู้มาแจ้งความยืนยันในข้อกล่าวหา เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ตำรวจเจ้าของสำนวนถูกบังคับให้รับแจ้งความมีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไรบ้าง พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง วันนี้เราตรวจสอบในเรื่องระเบียบและกฎหมายก่อน เมื่อตรวจสอบเรื่องนี้แล้วผลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเสนอว่าเห็นควรตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หรือระงับ