“ชายหมู”ยันไม่หยุดทำงาน แจงรถกู้ภัยใช้ได้ จับสัตว์เลื้อยคลาน ก็เคยมาแล้ว ทุกคนชมทำงานดี

วันที่ 13 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการ กทม. มีการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 (ครั้งที่ 2) มี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากทม.เป็นประธานการประชุม และมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.นายจุมพล สำเภาพล นายอัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม.เข้าร่วมประชุมด้วย ปรากฎว่าในที่ประชุม มีการอภิปรายเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างรถดับเพลิงขนาดเล็กที่กำลังเป็นข่าวกันอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ นายพรชัย เทพปัญญา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้เสนอญัตติด้วยวาจาขอให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อตรวจสอบกรณีรถกู้ภัยขนาดเล็กและกรณีอื่นๆ และ สภา กทม.มีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ ชุดนี้ โดยมีคณะกรรมการ 11 คน มีระยะเวลาการตรวจสอบ 180 วัน

นายพรชัย กล่าวว่า จากกรณีข้อสงสัยในเรื่องการจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็กที่มีการเผยแพร่ในสื่อต่างๆ โดยกรณีข้อสงสัยว่าบริษัทที่เสนอราคาทั้ง 2 บริษัท มีการสมคบคิดกันหรือไม่ เพราะราคาห่างกันเพียง 60,000 บาท ในขณะที่มูลค่าโครงการกว่า 150 ล้านบาท อีกทั้งยังเป็นข้อสงสัยว่า พวงมาลัยซ้ายจะมีความขัดข้องในการใช้งานหรือไม่ เครื่องมือดับเพลิงมีประสิทธิภาพหรือสมรรถภาพเท่าใด และกรณีที่ตัวรถเป็นพลาสติก จึงขอให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ ชุดดังกล่าว นอกจากนี้ ในส่วนของการบริหารงาน กทม.นั้น ตามปกติที่ให้รองผู้ว่าฯ กทม.ดูแลงานด้านไหนก็จะลงนามจัดซื้อจัดจ้างด้านนั้น มีข้อสงสัยว่า ผู้ว่าฯ กทม.ได้เข้ามาดูแลในส่วนนี้หรือไม่

ด้าน ร.ท.วารินทร์ เดชเจริญ ส.ก. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยเสนอขอให้ชะลอการดำเนินโครงการระยะที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการจะจัดซื้อในปี 2559-2560 ภายใต้งบประมาณคันละ 9 ล้านบาท ซึ่งสภา กทม.ได้มีมติให้ชะลอการจัดซื้อ อีกทั้งการจัดซื้อรอบแรก ก็ยังไม่ได้มีการรายงานผลการทดสอบสมรรถนะต่อสภา กทม.

ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ดีใจที่มีการเสนอญัตตินี้ เพราะอยากให้ข้อเท็จจริงปรากฎโดยไม่ต้องมีการถกเถียงในเรื่องนี้อีก และว่าเรื่องการจัดซื้อรถกู้ภัยมีมาตั้งแต่ปี 2555 ขณะที่ดำรงตำแหน่งในวาระแรก และเหลือเวลาปฏิบัติหน้าที่เพียง 3 เดือน และได้มอบนโยบายให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) เพื่อให้ศึกษาหาทางแก้ปัญหาจุดอ่อนของ กทม. คือ การดับเพลิงในอาคารสูงและการเข้าไปดับเพลิงในตรอกซอกซอย ซึ่ง สปภ.ได้ศึกษาและผลออกมา คือ รถกู้ภัยขนาดเล็กที่สามารถวิ่งในซอยที่มีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ได้ ทั้งนี้ตั้งแต่ร่างเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) จนถึงการประกาศราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่พบว่ามีข้อร้องเรียน ส่วนเรื่องของคุณภาพนั้น รถมาจากการประมูล ผู้รับผิดชอบคือ บริษัท พลาริส โดย กทม.จัดซื้อรุ่น rosenbauer ซึ่งเป็นยี่ห้ออันดับต้นๆ ของโลก

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ส่งมอบรถมาในเดือนเมษายน ยืนยันว่ามีการใช้งานจริง โดยมีการใช้งานไปแล้ว 269 ครั้ง แบ่งเป็น เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน 28 ครั้ง เพลิงไหม้หญ้า/ขยะ 78 ครั้ง เพลิงไหม้รถ/ยานพาหนะ 5 ครั้ง แก้ปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร 13 ครั้ง จับสัตว์เลื้อยคลาน 50 ครั้ง และบริการประชาชน 95 ครั้ง ส่วนการรายงานสมรรถนะของรถนั้น คณะกรรมการประเมินประสิทธิภาพและสมรรถนะรถกู้ภัยขนาดเล็กจะรายงานผลต่อผู้อำนวยการ สปภ.ภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เนื่องจากครบ 3 เดือน ที่มีการใช้งาน และจะได้ชะลอการจัดซื้อไปจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าสามารถใช้งานได้จริง

“ส่วนข้อสงสัยในเรื่องของพวงมาลัยซ้ายนั้น รถที่สหรัฐอเมริกาผลิตพวงมาลัยขวาได้โดยต้องปรับระบบการผลิตของโรงงาน แต่นั่นเป็นการปรับเปลี่ยนในการผลิตจำนวนมาก แต่ กทม.สั่งซื้อเพียง 20 คัน และไม่ได้ใช้เดินทางไกล ใช้เพียงจากสถานีไปยังที่เกิดเหตุเท่านั้น ยอมรับว่ามีเจ้าหน้าที่บางส่วนอาจไม่สะดวกในการใช้งาน ก็เข้าใจ เพราะเป็นของใหม่ แต่มีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานหลายรายบอกว่าชอบ เพราะสามารถใช้งานได้ดี” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวและว่ากรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งเรื่องให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง
ชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการทุจริตไฟโครงการไฟประดับ 39.5 ล้านของ กทม.ว่า ขณะนี้เป็นเพียงข้อสรุปเบื้องต้นเท่านั้น จึงไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร โดยจะต้องรอการตรวจสอบทางกฎหมายต่อไป

“ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ กทม.เพื่อหาข้อเท็จจริงนั้น เป็นเรื่องของข้าราชการประจำ แต่ไม่สามารถตรวจสอบผมได้ ยืนยันว่าผมจะไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม.และขอให้ สตง.หยุดออกมาแสดงความคิดเห็น โดยขอให้ปล่อยการตรวจสอบเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.และกระทรวงมหาดไทย เพื่อเป็นการให้เกียรติ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ก่อนหน้านี้ได้ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าว” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่มีการประชุมสภา กทม.ได้มีการนำรถกู้ภัยขนาดเล็กที่จัดซื้อในมูลค่าคันละกว่า 8 ล้านบาท และกำลังอยู่ในความสนในของสื่อมวลชนและประชาชน จำนวน 2 คัน ไปจอดไว้ที่ศาลาว่าการ กทม. เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นรถที่สามารถใช้งานได้จริงด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon